ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดถึงกันไหม? คิงคอง พาต้า  (อ่าน 5362 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

15 มิถุนายน , 2008, 11:54:14 AM
  • ไม่ใช่ LuckyCat นะ
  • Global Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4181
  • อนุโมทนา: 34
  • ก็แค่แมวขี้เกียจตัวนึง
    • ~ บอร์ดแมวเมา ~

อ้างจาก: ForwardMail
เพื่อนส่งมาให้.. สวนสัตว์พาต้า ...​ คิงคอง ยังอยู่​หรือนี่ ??

​เพื่อนๆ ครับ กอริล่า หรือ​ที่ชอบเรียกกันเล่นๆ ว่า คิงคอง ​ที่อยู่​พาต้า อะครับ ทุกวันนี้มันยัง อยู่​เลย​ครับ ​ได้ยินว่า ร้องไห้ด้วย ก็​จะไม่ร้อง​ได้ยังไงหละครับ เหงา​จะตายแถมสภาพ แวดล้อมก็แย่ลงๆ ห้างก็เงียบๆ น่าสงสารครับ

ล่าสุด​ที่ผม​ไป นกเพนกวิน ขนร่วง เหมือน​เป็นขี้เรื้อน กลลิลล่า ซึมเศร้า นั่งหันหลังตลอด คน​ไปตะโกนเรียกมันให้หันมา พอมันหันมา ทุกคน​ที่ ตะโกนเรียก ถึง​กับเงียบกริบ เพราะมันร้องไห้ น้ำตาไหล หลายคนน้ำตาซึม​ไป​กับมัน ​เป็นภาพ​ที่ไม่เคยลืมเลย​ น่าสงสารมาก อยู่​เหมือนคุก มันทำอะไร​ผิด ทำไม​ต้องทำ​กับสัตว์​ที่ไม่มีทางสู้ด้วย ไม่เข้าใจมนุษย์.

เมื่อวาน​ได้มีโอกาส​ไปเ​ที่ยวสวนสัตว์​ที่พาต้าอีกครั้ง พอกลับมาถึงบ้าน มี​ความรู้สึกว่า ​ถ้ารู้ว่า ​ต้อง​ไปเห็นสภาพแย่ๆ ของสัตว์เหล่านั้น​ คงไม่​ไปแน่ๆ เราตั้งใจ​จะ​ไปชม​เพื่อ​ความรู้ ​และ​ความเพลิดเพลิน แต่สิ่ง​ที่ติดอยู่​ในใจเราตอนนี้ กลับมี แต่​ความสงสาร ​และสงสัย


ไม่ขอออก​ความเห็นเรื่อง​​ความรู้สึกของสัตว์เหล่านั้น​ ​คือเราก็ไม่มี​ความรู้น่ะค่ะ อยากให้คน​ที่มี​ความรู้เรื่อง​สัตว์​ได้​ไปดู แล้ว​เข้ามาให้​ความกระจ่าง​กับทุกคน แต่ขอวิจารณ์เรื่อง​สถาน​ที่แล้ว​กัน เพราะล่าสุด​ที่​ไปมา​เมื่อวาน สภาพแวดล้อม ​และบรรยากาศ มันดูไม่ดีเลย​ อึมครึม เหม็นอับ ไม่ดี​ทั้งต่อคน​ที่​ไปดู ​และต่อสัตว์เหล่านั้น​ด้วย พวกเค้า​เป็นสัตว์ป่าไม่ใช่เหรอคะ สถาน​ที่มันจำลองมาจากป่าก็จริง แต่ก็ทำแบบ จำลองจริงๆ ค่ะ ​คือเล็กมาก แบบ​ที่ว่า อยู่​นานๆ อาจ​จะ​เป็นง่อย​ได้เลย​ เช่นกรงหมาป่า กรงเสือ ​และ พวกสัตว์กลางคืน​ทั้งหลาย(ขนาดหมา​ที่บ้าน ขังมันอยู่​ในบ้านวันเดียว ยังแทบ​จะตายให้
​ได้)

​สวนสัตว์แห่งนี้​เป็นของเอกชนดูแลเหรอคะ ดูรูปเก่าๆ ​ที่ทางห้างนำมาโชว์แล้ว​เห็นเลย​ว่า สมัยก่อยเคยรุ่งเรืองขนาดไหน จนมาถึงยุคนี้ ​ถ้าคิดว่า ไม่มีงบประมาณ​ที่​จะ​สามารถดูแลมัน​ได้ ก็น่า​จะบริจาคให้องค์กร​ที่​เขาทำ​ได้ดีกว่านี้ (เพราะยังไง พวก​ที่อยู่​ในกรงเหล่านั้น​ ก็เคยทำเงิน ทำกำไรให้ห้างของคุณมาไม่รู้เท่าไหร่ ​ที่สำคัญ​ที่สุด ​เมื่อ 10 กว่าปี​ที่แล้ว​ เคยทำให้เด็กๆ มี​ความสุข มีรอยยิ้ม เวลา​ที่​ได้​ไปเยี่ยมชมพวกเค้า)

​ก็เข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจ เชื่อมั่นว่า ​ถ้าคุณบริหารห้างมา​ได้จนถึงบัดนี้ ก็ไม่ยาก ​ถ้าคิด​จะหาทุน ในการปรับปรุงสภาพ​ความ​เป็นอยู่​ให้พวกเค้าเหล่านั้น​ อยู่​​ที่ว่า คุณคิด​จะทำหรือไม่ เท่านั้น​เอง

ได้ลองถามพี่​ที่เค้าดูแล เจ้าคิงคองว่า ตัว​ที่อยู่​ปัจจุบันนี้ ​เป็นลูกของตัว​ที่เราเคยเห็นกัน​เมื่อสมัยเด็กๆ เจ้าตัวพ่อ เรา​เอามาจากอเมริกา ​ส่วนตัวนี้ ทางพาต้าเลี้ยงมาตั้ง แต่เด็กๆ นั่นแสดงว่า "เค้า" กิน นอน นั่ง เดิน ​และ "เหงา" อยู่​ในกรงแห่งนี้ ตั้งแต่เค้าลืมตาดูโลกเลย​ อย่างนั้น​หรือนี่!!!

(http://i230.photobucket.com/albums/ee70/chongter_group/Articles/life/KingKong/16.jpg)

(http://i230.photobucket.com/albums/ee70/chongter_group/Articles/life/KingKong/17.jpg)



Credit : Jabchai.Com

คิดถึงกันไหม? คิงคอง พาต้า

เรื่องที่ผม อยากจะเล่า ก็เพราะ กระทู้หนึ่ง ในพันทิพ ห้องเฉลิมไทย นี่แหล่ะครับ ยิ่งอ่านยิ่งเครียด ทำให้ผมต้องไปตั้นด้น สืบความจริง ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเข้ากรุงเทพ ทุกครั้ง จะบอกแม่ว่า ต้าๆๆๆ คือ ห้างพาต้านั่นเองครับ มีคิงคอง มีลิฟแก้ว มีนกเพนกวิน หมีขาว  ห้างทันสมัย และการถ่ายรูปโพลารอยส์ เป็นราชินี กับ กษัตริย์ ที่เด็กๆ นิยมไปนั่งบนบัลลังค์ ถ่ายรูปกัน จำได้ว่า ตอนสัก 5 ขวบ เคยมีความคิด อยากไปแอบอยู่ในห้าง รอห้างปิด เพื่อพา คิงคอง หนีออกจากห้าง เพราะสงสาร และร้องไห้ประจำอยากพาคิงคองหนี จนถึงวันนี้ ก็ยังคิดถึงอยู่ครับ เลยเอาข้อมูลมาฝาก และชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวกัน ใจก็สงสาร แต่มาศึกษาดูแล้ว คงไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้ คือการที่เจ้าคิงคอง อยู่กับเจ้าของพาต้าเขาครับ เพราะที่นี่ เขามีระบบดูแลที่ดี ถ้าไปที่สวนสัตว์อื่น ก็ไม่รู้ว่าที่ไหนจะยอมรับไหม ค่าใช้จ่าย ทุกอย่างสูงมาก เริ่มตั้งแต่สร้างกรงกันเลยทีเดียว ปล่อยกลับป่า เป็นไปไม่ได้แน่ เพราะคิงคอง อยู่สวนสัตว์ตั้งแต่เกิด กลับไปสวนสัตว์เดิม ก็คงไม่ไหว เพราะเจ้าถิ่น เขาคุมอยู่ การอยู่ แบบนี้ มันผิดตั้งแต่แรกแล้วครับ แต่ทุกคน ก็คงเคยตื่นเต้นไปกับมัน ที่เห็นครั้งแรก เพราะงั้น ก็อยากชวนเพื่อนๆ ไปเยี่ยมเขาหน่อยครับ

เมื่อวันที่ผมไป ก็ได้สอบถามข้อมูลมาได้บ้าง อาจไม่จริง หรือ ชัวร์ทั้งหมด เพราะเป็นข้อมูลโดยประมาณ ที่จะมาเล่าสู่กันฟังครับ

คิงคอง เป็นแค่ชื่อในหนังครับ จริงๆคือ กอลิล่า แต่ขอเรียกคิงคองพาต้า เพื่อความเข้าใจ

1.  พาต้า เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2525 (ประมาณ)

2.  คิงคอง ตัวแรก (ตัวผู้) ถ้าแม่ผมบอกไม่ผิด แม่บอกว่า มาพร้อมที่ผมเกิด เพราะงั้น ก็น่าจะมา เมื่อปี 2526

3.  ถาม แล้ว ทำไมตอนนี้ เหลือคิงคองที่สวนสัตว์ตัวเดียว
     ตอบ ตัวผู้ คือคิงคองตัวแรก ได้ถูกย้ายไปอยู่สวนสัตว์ศรีราชา ตั้งนานแล้วครับ เพราะว่า แก่แล้ว และตัวใหญ่ เกินไป (คาดว่า ซื้อมาไม่ต่ำกว่า 30 -50 ล้านบาท) อายุ ได้ 30 กว่าปี ถือได้ว่า อายุยืนพอสมควร เพราะว่า อายุ คิงคองโดยเฉลี่ย อยู่ที 30-50 ปี โดยตัวที่อายุยืนที่สุดในโลก อายุ 54 ปี (ที่ว่าอยู่สวนสัตว์ศรีราชา ก็ไม่ยืนยัน เพราะยังไม่เห็นครับ)
      ตอบ คิงคองตัวเมีย คือตัวที่อยู่ในกรง บนสวนสัตว์ มีขนาดไม่ใหญ่มาก อายุ ประมาณ 14 ปี ซื้อมาด้วยราคา 25 ล้านบาท เกิดจากสวนสัตว์ในเยอรมัน  ต้องแยกกันอยู่กับตัวผู้ ถ้าอยู่ด้วยกัน ก็จะถูกขังที่กรงเล็ก

4.  เมื่อตอนไฟไหม้ พาต้า ครั้งนั้น ขนย้ายสัตว์ ด้วย เฮลิคอปเตอร์ หิ้วสัตว์ขึ้นไป เพราะว่า มีควันเยอะ เลยต้องขนย้าย

5.  อุณหภูมิ โดยปกติ ที่คิงคองตัวนี้ ชอบคือ 20 องศา เพราะงั้น ต้องติดแอร์ครับ

6.  ป้องกันการติดเชื้อ โดย ต้องกั้นกระจก 2 ชั้น ครับ เพื่อกั้นเชื้อโรคต่างๆ ทั้งจากกลิ่น และง่ายต่อการทำความสะอาด ด้านบนของกรงสามารถเปิดปิด และติดระบายอากาศให้ถ่ายเทตลอดเวลา และมีช่องให้แสงแดดส่องลงได้1จุด

7.  การให้อาหาร ที่นี่ให้ 2 ครั้ง โดยให้จากด้านบน มีช่องส่งอาหาร มีใบทองหลางอ่อน ใบกล้วยหรือหน่อกล้วยอ่อนๆ แอปเปิ้ล ข้าวโพด ฝรั่ง หลายอย่างที่มันชอบ และที่รู้ เจ้าหนูนี่ไม่ชอบกินถั่วดำ เพราะมันกินคำเดียวแล้วเมิน แต่พวกแอปเปิ้ล ใบตองอ่อน ใบทองหลางชอบมาก
เขาตรงเวลามาก พอเจ้าหน้าที่เอาอาหารมา วิ่งไปนั่งกินเพลินไปเลย มันชอบกินน้ำแข็งด้วย  และชอบดื่มน้ำมาก เห็นขวดน้ำทิพย์มานี่วิ่งเข้าหาเลย
มีการให้วิตามินต่างๆทุกเช้า สำหรับสัตว์ทุกตัว

การให้อาหารกอริล่า เจ้าหน้าที่ให้บริเวณ ทางเดินระหว่างกรงและตู้กระจก มีการให้ใบตอง อ่อนๆ เพื่อให้ เขาเล่น และกิน มีการแช่รองเท้าในกะบะน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนเข้ากรงเสมอ จากที่เราสังเกต มีการฉีดน้ำ เพื่อให้มีความชื้นบ้างเล็กน้อย คล้ายๆความชื้นในป่า สิ่งที่เห็นคือ อาการเล่นสนุก เกมส์เล็กๆของเจ้ากอริลล่า ตีล้อยาง ไปมา และไสลเดอร์ไปหาใบกล้วย ทีแรกคิดว่าลื่น แต่มีการทำหลายครั้ง อีกอย่างชอบโยกตัวไปๆมาๆ บางครั้งมันโชว์ออฟเล็กๆ เช่นวิ่งโหนชิงช้าตรงกลางบ้าง เดินมาอวดโฉมใกล้ๆ บ้าง..

8.  สัตว์แพทย์ ที่ดูแล คือ ผศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร เป็นสัตว์แพทย์ประจำตัว เจ้าคิงคอง และสัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์พาต้า เข้าไปทำความสะอาดในกรงได้คนเดียวอีกตะหาก

2542 ดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้มีนักศึกษาสาขาสัตวแพทยศาสตร์รุ่นแรก

รายละเอียด : ผศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร เป็นคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- สัตวแพทย์ชื่อดัง สามารถรักษาสัตว์ได้ทุกชนิด รวมทั้งนก ลิง และสัตว์เลื้อยคลาน ไปจนถึงช้าง
- ผุ้ดำเนินรายการ บ้านนี้มีสัตว์เลี้ยง "Business Radio" สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. F.M.96.5 MHz
- เจ้าของคอลัมน์ “พิชิตปัญหาสัตวเลี้ยง” ในหนังสือพิมพ์“คม ชัด ลึก”
- นักเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร รวมทั้งหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คจำนวนมากมายหลายเล่ม อาทิ คลกังวล คนรักสัตว์, คู่มือคนรักหมา, หมอเฮ เสธ. ฮา  http://www.100rankingthailand.com/files/polldetail.php?researchid=R000448

โดยสวนสัตว์แห่งนี้ มีนักวิชาการ และ ผู้ทรงคุณวุฒิดูแลมากมาย (อะแหง๋หล่ะ มีคิงคองนี่เนอะ) ทุกครั้ง เมื่อสัตว์ ตัวใดเสียชีวิตลง จะต้องทำการ ผ่าศพ ชันสูตร ทุกครั้ง

9.  คิงคองตัวนี้ (ตัวเมีย) ชอบเด็กๆครับ มีเด็กๆมา คิงคอง จะชอบมายืนใกล้ๆ ตอนผมถ่ายรูป ก็มายืนโพสท่า ให้ถ่าย เสียหลายรูป ชอบก้านกล้วย และ ชิงช้า ล้อยางครับ และชอบเห็นผู้คน เวลามาเยี่ยมชม ชอบดูฟุตบอลก่อนนอนด้วยครับ

10.  สภาพกรง เท่าที่ผมไปดูมาเอง ก็ถือว่า ทำความสะอาด ค่อนข้างดีครับ ถ้าเทียบกับสวนสัตว์อื่นๆ มีการขัดล้าง เพียงแต่ ดูเก่าๆหน่อย เพราะว่า ไม่ได้ ปรับปรุงใหม่ครับ ยังดั้งเดิมอยุ่ เลยเก่าไปบ้าง สภาพสวนสัตว์แห่งนี้ ขาดทุนทุกเดือนครับ คนไม่ค่อยมี เลยอยากชวนเพื่อนๆไปเที่ยวกันครับ ไปเยี่ยมคิงคองตัวนี้ เจ้าของก็รักคิงคองมากๆ ครับ มาดูแลเป็นประจำ ไม่ยอมขายให้ที่อื่น เพราะกลัวจะดูแลไม่ดี และมีปัญหาหลายอย่าง การขนย้าย คิงคอง เข้าประเทศไทย ต้องทำการ ยื่นขอ อะไรมากมายครับ ไม่ได้ เอาเข้ามาง่ายๆ (คาดว่า คงไม่เอาเข้ามาแล้วหละครับ ราคาสุงขนาดนั้น )

ปล. ถ้าจะเดินดู แนะนำว่าชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้น สัตว์เลื้อยคลาน ควรดู เวลาประมาณ 5 โมงเย็นครับ เพราะเขาจะเปิดกระจกระบายอากาศ จะไม่เหม็นครับ ผมไปตอน 4 โมง แทบสลบ เหม็นมากๆ คาดว่า เป็นกลิ่นเจ้าตัวใดตัวหนนึ่ง ซึ่งปล่อยกลิ่นออกมาทุกวันครับ แต่พอเปิดกระจกออก กลิ่นไม่มีเลยครับ


ก็ไม่รู้ว่า การชวนเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมคิงคอง จะเป็นการ ทำลาย หรือส่งเสริม แต่ใจผม ก็อยากให้ค่าบัตร ช่วยเป็นค่าอาหารให้สัตว์เหล่านั้นนะครับ เพราะยังไง ดูท่าว่า เจ้าของเขาก็ไม่ได้ซื้อสัตว์เข้ามาเพิ่มแล้ว ที่มีเกิดใหม่ ก็เพราะสัตว์ตัวเก่า เกิดการผสมพันธ์กันเองครับ

อันนี้ เป็นข้อมูลคร่าวๆนะครับ เครดิต jabchai.com

คิงคอง หรือ กอริล่าตัวปัจจุบัน ไม่ใช่ตัวเก่าค่ะ เจ้าตัวเดิมนั้นย้ายไปอยู่ที่สวนสัตว์ศรีราชานานแล้ว.. ใครอยู่แถวนั้นลองไปเยี่ยมเค๊าแล้วมาบอกว่ามันอยู่ที่นั่นจริงมั๊ย ก็คงจะดี(เพราะเราฟังจากเจ้าหน้าที่)

ส่วนตัวปัจจุบัน มาจากสวนสัตว์ในเยอรมัน มันเกิดในสวนสัตว์ และถูกย้ายมาที่นี่ตั้งแต่ยังเล็ก  ปัจจุบันอายุ 14 ปี

ที่หน้ากรง มีคำอธิบายอยู่สูงสักหน่อย ถึงการที่ต้องสร้างกรงกั้นกระจก ซึ่งเราคิดว่าไม่มีใครอ่านเพราะมันติดสูงไป

+เพื่อปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเขา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20 องศาซี ถ้าอากาศแบบปกติบ้านเรา 33-34 ขึ้นไปไม่สามารถอยู่ได้ ตรงกับที่เรารู้มาจากพี่อีกท่านนึง เพราะที่เยอรมันอากาศจะเย็นกว่าบ้านเรา

+เพื่อป้องกัน การติดเชื้อโรค จากลิงสู่คน และจากคนสู่ลิง

+เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก

+เพื่อ สะดวกในทำความสะอาด การถ่ายเทอากาศต่างๆ และกลิ่นจากมูลสัตว์ซึ่งคนอาจจะรับไม่ค่อยได้

ส่วนด้านบนของกรงสามารถเปิดปิด และติดระบายอากาศให้ถ่ายเทตลอดเวลา และมีช่องให้แสงแดดส่องลงได้1จุด

การให้อาหาร ที่นี่ให้ 2 ครั้ง โดยให้จากด้านบน มีช่องส่งอาหาร มีใบทองหลางอ่อน ใบกล้วยหรือหน่อกล้วยอ่อนๆ แอปเปิ้ล ข้าวโพด ฝรั่ง หลายอย่างที่มันชอบ และที่รู้ เจ้าหนูนี่ไม่ชอบกินถั่วดำ เพราะมันกินคำเดียวแล้วเมิน แต่พวกแอปเปิ้ลใบตองอ่อน ใบทองหลางชอบมาก เขาตรงเวลามากพอเจ้าหน้าที่เอาอาหารมา วิ่งไปนั่งกินเพลินไปเลย มันชอบกินน้ำแข็งด้วย  และชอบดื่มน้ำมาก เห็นขวดน้ำทิพย์มานี่วิ่งเข้าหาเลย
มีการให้วิตามินต่างๆทุกเช้า สำหรับสัตว์ทุกตัว การให้อาหารกอริล่า เจ้าหน้าที่ให้บริเวณ ทางเดินระหว่างกรงและตู้กระจก มีการให้ใบตอง อ่อนๆ เพื่อให้ เขาเล่น และกิน มีการแช่รองเท้าในกะบะน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนเข้ากรงเสมอ จากที่เราสังเกต

มีการฉีดน้ำ เพื่อให้มีความชื้นบ้างเล็กน้อย คล้ายๆความชื้นในป่า สิ่งที่เห็นคือ อาการเล่นสนุก เกมส์เล็กๆของเจ้ากอริลล่า ตีล้อยาง ไปมา และไสลเดอร์ไปหาใบกล้วย ทีแรกคิดว่าลื่น แต่มีการทำหลายครั้ง ..อีกอย่างชอบโยกตัวไปๆมาๆ บางครั้งมันโชว์ออฟเล็กๆ เช่นวิ่งโหนชิงช้าตรงกลางบ้าง เดินมาอวดโฉมใกล้ๆ บ้าง..

การดูแล มีสัตว์แพทย์ ปานเทพ รัตนากร มาตรวจประจำทุกเดือน สำหรับสัตว์ทุกตัว ..



เราถามว่า มันชอบเห็นคนเยอะๆ มั๊ย เขาบอกว่าเวลามีคนมาเยอะๆมันจะชอบมาเดินแถวหน้ากรง ..ซักพักเราเห็นมันควักน้ำ ในรางให้น้ำมาเล่นป้ายบนหน้า .. _ _ "

อีกครั้งพี่เขาเรียกชื่อมัน บอกมานี่เร็ว มันหันขวับ วิ่งมาเลย  เล่นเอาเรางง เมื่อกี๊ยังนั่งหันตูด กินข้าวอยู่เลย..

เราถามต่อ ถ้า เอามันไปไว้ที่อื่นล่ะ ต้องทำยังไง.. ก็ต้องทำกรงติดแอร์แบบนี้ และต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น เชื้อโรค เหมือนอย่างที่นี่ จะใหญ่กว่านี้ก็ต้องทำ

หลังจากนั้นก็ขอลาพี่เขาเพราะ เขามีงานต้องทำเยอะอีกหลายกรง ต้องไปให้อาหาร และดูแลบางกรง เจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยกันทำทุกอย่าง เกรงใจเขา

ก่อนกลับเราเดินไปดูเพนกวิน มี 2 ตัว ตัวนึงมีผมยาวๆ แสกกลาง อีกตัวเหมือนเพนกวิน ที่เคยเห็น.. สอบถามเจ้าหน้าที่อีกคน ได้ความว่า เจ้า 2 ตัวนี้ อายุประมาณ 14 ปี และ ต่างสายพันธุ์  ..เมื่อก่อนมี 5 ตัว ได้ตายไป3ตัว เราถามว่าแล้วทำอย่างไร เขาตอบว่า เมื่อมีสัตว์ตายขึ้น หรือเจ็บป่วย ต้องให้สัตว์แพทย์ปานเทพ  รัตนากร มาทำการชัญสูตรถึงสาเหตุการตาย และลงบันทึกเอกสาร ซึ่งต้องไปส่งให้ทางหน่วยงานรัฐ จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไป.. ซึ่งมันก็เริ่มแก่แล้ว

สิ่งที่เรานำมาบอกนี้เป็นส่วนที่ เกี่ยวกับคิงคอง และเรายังถามถึงลิงตัวอื่น ค่าใช้จ่าย ซึ่งสูงพอควร ขาดทุนทุกเดือนมานานแล้ว

สภาพโดยรวมทั้งกรงสัตว์ และ ทางเดิน สะอาด อาหารที่ใส่เราเห็นเป็นพวก กล้วย แตงกวา มะเขือเทศหั่นชิ้น แตงโม สภาพดูดี ผักสดที่นำมาจำหน่ายเพื่อให้สัตว์ มัดด้วยเชือกกล้วย และผ่านการทำความสะอาด

สัตว์ที่นี่ คือสัตว์ที่อยู่มาดั้งเดิม และ สัตว์ที่เกิดใหม่ที่นี่ รวมทั้งเสือตัวใหญ่ๆที่เห็น

มีคนมาติดต่อขอซื้อสัตว์ที่นี่มากมาย แต่ถ้าเขาไม่มั่นใจว่าดูแลได้ดีก็ไม่ปล่อยไป

ก่อนลงลิฟท์ เราถามพี่ที่ขายตั๋วเรื่องปริมาณคน พี่บอกว่าคนไม่เยอะหรอกค่ะ เสาร์อาทิตย์ประมาณนี้ ธรรมดาบางทีก็ไม่มี ..

นี่คือ ส่วนใหญ่ใน 3 ชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งน้อยกว่าพี่ที่ดูแล คนนึง 25 ปี อีกคน 13ปี.

ที่เราเขียนมาไม่ใช่ต้องการเข้าข้างห้าง หรือเห็นว่า มันต้องอยู่ที่นี่ เพียงที่เราไปเพื่อ จะได้รู้จักมันให้มากขึ้นกว่าที่เป็น และเราจะไปหามันอีก อย่างน้อยมันก็จะได้เห็นคนเดินไปมา หยอกล้อ เรียกมันบ้าง เหมือนคุณ Grievous ^^

ส่วนเจ้าแพะผู้หิวโหยที่ว่า เราไปที่วัดสวนแก้วมีหญ้าให้มันกินจนพุงกางมันก็ยังกรูกันมาขอหญ้าจากเราทุกที เราว่าเป็นนิสัยของมันมากกว่าที่ชอบกิน ชอบขอนะ ถ้าคุณสังเกตุดีๆแพะมันไม่ได้ผอมเลยนะ...

รูปที่บอกว่าเป็นลูกเสือดาวนั้น หากอ่านที่ป้ายชื่อดีๆ จะเห็นได้ว่า>>มันเป็นแมวป่า เรียกว่าแมวดาวมั๊ง เราจำไม่ค่อยได้แต่รู้ว่าเป็นแมวป่าชนิดนึง ... ไม่ใช่ลูกเสือดาว

เจ้าของภาพอาจจะรีบถ่ายเพราะตรงนั้นวันที่เราไปมีกลิ่นฉี่มันอยู่ คล้ายกลิ่นฉี่พวกชะมด หลังจากที่พี่เขาคุยกับเรา เขาก็ขอตัวไปทำงานต่อ คือไปล้างพวกนี้ ดูเก็บขี้มูลพวกมัน หรือให้อาหารต่อ เพราะมีคนดูแลในส่วนของกรงสัตว์ 2คน ต้องทำทุกอย่าง

ดังนั้นก่อนจะว่าจะถามอะไร เขาสังเกตุนิดนึงว่าเขาเหนื่อยอยู่หรือเปล่า ว่างอยู่ไหม เพราะงานมันเยอะจริงๆ เพื่อให้สวนสัตว์สะอาด  คิดถึงการล้างอึล้างฉี่พวกมันสิ ทั้งเหม็นทั้งเยอะ ถ้าไม่รักจริงทำไม่ได้นาน แต่พี่เขาทำมา 25ปีแล้ว เงินเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร

ลืมบอกไป..เจ้าคิงคองน้อย มันชอบดูฟุตบอลด้วย ก่อนนอน ตอนทุ่มนึง..

ตรงทางเข้าที่คนได้กลิ่นเหม็น นั้นเป็นกลิ่นปัสสาวะของ สัตว์จำพวกชะมด ซึ่งมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ของมัน.. ที่เขาดินแรงกว่านี้อีก เราจำได้แม่นเลย

นกมาคอร์สีขาวตัวนึง เราทำเสียงเรียก แก๊กๆๆๆๆ เล่นกะมัน มันกระโดด เดินตามแล้วก็เล่นกายกรรม ที่ต้องบอกว่าเราทึ่งมันมาก มันกระโดด จากขอนที่เกาะ เอาปากคีบกรง แล้วโยนตัวมาหาจุดที่เรายืน เหมือนลิงโหนต้นไม้เลย..

ลิงตัวใหญ่ใกล้อุรังอุตัง แฟมมิลี่ มีตัวเดียว เพราะ ภรรเมียตั้งครรภ์ต้องแยกส่วนดูแลสัตว์ไปจนกว่าจะคลอด มันเลยต้องอยู่ตัวเดียวไปก่อน

อุรังอุตังแฟมิลี่ มันดูเป็นครอบครัวตัวอย่าง ไปไหนทีกระเตงกันยกบ้านมันชอบเข้าหาคน ทักทายคน  ถ้าไม่มีคนมัน จะไปเล่นกัน และบางทีก็นอนหยอกหันเอง

เม่นยักษ์ ตัวอ้วน อีกตัวนอนผึ่งแดด อีกตัวเพลินกับอาหาร

พญากระรอกดำ แทะแตงโมชิ้น อย่างเอร็ดอร่อย..

พวกสัตว์ตระกูลแมว นอนกลางวัน มีบางตัวออกมามองผู้คนบ้าง แต่ไม่กลัวคน

ลิงตัวเล็กๆ วิ่งไล่กันในกรง3ตัว เหมือนเด็กเล่นกัน ดูมันสนุกดี ปีนโน่นหลบตรงนี้ ส่วนมากนอกจากกรงคิงคอง และลิงใกล้เคียง ส่วนอื่นๆเราจะอยู่ประมาณ 5 นาที

เรื่องลิงร้องไห้ มันทำให้ดูด้วยการเอาน้ำมาหยอดหน้าเล่นนั่นแหละ พอมันก้มหน้าตรง น้ำมันไหลลง เรางี๊.. อึ่ม...
อันนี้ เราเห็นมันทำยังงี๊  ส่วนคนที่เห็นตอนมันร้องไห้จริงๆ เขาคงเห็นจริงๆ

หน้ามันเป้นของมันยังงี๊ ตลอด มีตอนที่มันกินน้ำแข็ง กับตอนที่พี่เขาเข้าไปหามั่นแหละที่ดูดี๊ด๊า ขึ้นมานิดนึง แต่มันกระฉับกระเฉงดี

อีกอันนึงคืออาหาร เท่าที่เราสังเกตุ เขาจะแยกชนิดอาหารสำหรับสัตว์ต่างชนิด ไม่ได้มีแต่กล้วย แตงโม มะเขือเทศ สัตว์บางชนิดมี มีเมล็ดทานตะวัน บางชนิดมีอาหารแบบอาหารสัตว์ เป็นก้อนใหญ่ๆไม่ใช่อาหารพวกสุนัขหรือแมวแน่นอน มันก้อนเท่าเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งมาชนกันอะ ผสมกับผัก
เราคิดว่าเขาเอาใจใส่สัตว์ดี ไม่ใช่สักแต่ให้มันกินๆไป

มัดผักด้วยเชือกกล้วย.. เราเห็นว่าทางสวนสัตว์มีความรอบคอบดี ที่ไม่ใช้หนังยางซึ่งราคาถูกกว่ามาก  เชือกกล้วยมันเป็นธรรมชาติไม่เป็นอันตรายหากเราทำหล่นลงไปในกรง แล้วเขากินเข้าไป มันก็คือกินเส้นใยต้นไม้

ก่อนไปดู กอริล่าน้อย ที่ค่อนข้างกินจุ เราอยากให้ เพื่อนๆ ลืม เรื่องราวเกี่ยวกับมันไปซักครู่ ลืมทั้งหมดที่ได้ยิน ทำใจให้ว่างๆ เคลียๆ แล้วค่อยไป..
ถ้าเพื่อนๆ พกความเศร้า ความเหงา ความทุกข์ไปด้วย มันจะชี้นำให้มองเห็นไปในส่วนนั้นก่อน จนลืมสังเกตุเห็นสิ่งอื่นๆ อย่างเช่น ป้ายที่เราเห็น การเล่นไสลเดอร์ หรือนกที่อยากเล่นกับเรา  ..

อีกอย่าง ความเงียบของสวนสัตว์ไม่มีผู้คนเดินไปมามากนัก สร้างความรู้สึกหงอยเหงาได้มากไปอีก

ถ้าเพื่อนๆ ทำใจเป็นกลางๆ เพื่อจะไปทำความรู้จักกับมัน และอยู่กับมันนานๆ ค่อยดูมันเคลื่อนไหว..  มันเหมือนเราอยู่บ้าง เพราะวันๆ นึงเราคงไม่หัวเราะทั้งวัน ไม่เศร้าทั้งวัน มีเวลาที่เราสนุก และอยากอยู่นิ่งๆ..  หรือหงุดหงิดเป็นบางวัน

ควรเชื่อฟังคำสั่งต่างๆในสวนสัตว์เช่น ห้ามให้อาหารสัตว์อื่นๆ นอกจากที่ทางสวนสัตว์จัดไว้ เพราะอาจทำให้สัตว์ท้องเสีย ไม่เข้าใกล้กรง หรือรั้วกั้น แม้อยากจะจับตัวมันบ้าง เพราะอาจได้รับอันตราย โดยเฉพาะ หากมีเด็กเล็กไปต้องดูแล อย่าให้เขาเอาอาหารคนไปให้  หรือเข้าไปใกล้สัตว์มากจะอันตราย

หากสงสัยว่า อาหารชนิดไหนให้ได้ไม่ได้ ไม่แน่ใจ สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน สัตว์บางตัวอาจจะสัมผัสได้ เช่นม้าแคระ แพะ ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน
บางครั้งอาจต้องรอสักนิดเพราะเจ้าหน้าที่มีน้อย แต่งานเยอะ แต่ทุกคนที่เราเจอยินดี พูดคุย และให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์

สุดท้ายเรา คิดว่า เราดีใจ ที่มีคนมากมาย ให้ความสนใจและเป็นห่วงมัน แวะไปเยี่ยมเยียนมัน
อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าคิดว่าคนอื่นขาดตนเองไม่ได้ -- หลักการในการทำงานของแมวขี้เมา
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5 กรกฎาคม , 2008, 05:03:15 PM
ตอบกลับ #1
  • บุคคลทั่วไป

  "ตั้งแต่อยู่กรุงเทพมา . . ยังไม่เคยไปฟาต้าเลยครับ"
เห็นแววตาแล้ว . .  อยากไปหามั้งจัง
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

12 ธันวาคม , 2008, 07:30:23 PM
ตอบกลับ #2
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 100
  • อนุโมทนา: 0
    • อีเมล์
หากวันนี้ต้องล้ม จงยืนขึ้นสู้ต่อไป
เราจะเป็นกำลังใจให้ทุกคน.........
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

13 ธันวาคม , 2008, 09:40:19 PM
ตอบกลับ #3
  • Dorajun & Dorakun
  • Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4187
  • อนุโมทนา: 10
  • ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้แต่ไม่ต้องโช
    • อีเมล์
สิ่งที่ได้มาคือเวลากับความฉลาด
แต่สิ่งที่ต้องแสวงหาคือ "คุณค่าของชีวิต"

วันนี้ท่าน บุคคลทั่วไป ได้ทำความดีแล้วหรือยัง
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

4 มีนาคม , 2010, 10:41:01 PM
ตอบกลับ #4
  • บุคคลทั่วไป

...จะเอาไหม :pen1_02:


LittleCat :
ลองลงความคิดเห็นใหม่นะ ใช้ภาษาไทยนะ ให้สมกับความเป็นลูกชาวชาติไทย
ด้วยความเคารพ
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

4 มีนาคม , 2010, 11:57:18 PM
ตอบกลับ #5
  • I love Chongter
  • ประสานงาน เขตกำแพงเพชร
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 812
  • อนุโมทนา: 9
  • ดำรงจิต ดำรงตน ดำรงธรรม

เหมือนสมัยเด็กๆ เคยไปมานะ พาต้าเนี่ย
น่าสงสารแววตาของมันจังครับ
ทันทีที่เจ้าคุกเข่าลงขอรับธรรม อาจารย์บัดนั้นรับเจ้าไว้เป็นศิษย์เอ๋ย  ดุจดังพ่อลูก  ตราบนานเท่านานไม่ผัน  สักขีพยานธูปจันทร์กำยาน  พุทธายินดี
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal