ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: บันทึกความทรงจำยุคขาว...  (อ่าน 253533 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

13 สิงหาคม , 2010, 12:21:31 PM
ตอบกลับ #90
  • คำว่า "อภัย" นี้ ถ้าทำได้ คนที่เป็นสุขก็คือตัวเราเอง
  • Administrator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4144
  • อนุโมทนา: 184
    • อีเมล์
  • สถานธรรม 佛堂: ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน

ต้าเมี่ยวจัดเทกระจาดครั้งแรก 16/9/50
ตอนนั้นก็เอิกเริกกันน่าดู เพราะจัดเป็นครั้งแรก  ที่จริง หลังจากก่อสร้างอาคารเสร็จ จะต้องจัดเทกระจาดติดต่อกัน 3 ปี
เพื่อความราบรื่นของการดำเนินงานในอาคารนั้น (ก็ว่ากันตามประเพณี)
แต่ตัวอาคารต้าเมี่ยวสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2540 ก็ล่วงเลยมานาน ไม่ได้จัดเทกระจาดเลย  

ประจวบเหมาะกับที่ 2550 อาคารหลัง ซึ่งเป็นห้องครัวและห้องพักได้สร้างเสร็จพอดี จึงถือโอกาสจัดเทกระจาดรวบยอดกันเลย  

เหมี่ยวจวง เจี่ยงซือ ญาติธรรมอาวุโสของสถานธรรมไท่ทง นครปฐม ได้บอกบุญกับอาม่าท่านหนึ่งซึ่งเป็นญาติธรรมไท่ทงเหมือนกัน
อาม่าท่านนี้เป็นเจ้าของโรงสีข้าว ด้วยเพราะรู้ข่าวค่อนข้างกระชั้นชิดจึงไม่มีเวลาได้จัดเตรียมข้าวเพื่อบริจาค  
ข้าวที่มีในสต๊อคประมาณ 40 ถุง (ถุงละ 5 กก.) จึงปรึกษากับลูกชายว่า จะนำข้าวทั้งหมดนี้มาทำบุญเทกระจาด


คืนนั้น อาม่าฝันไปว่า
มีคนมาเคาะประตูตอนกลางคืน  อาม่าก็สงสัยว่าใครมาเคาะประตูดึกๆดื่นๆ  จึงลงไปเปิดประตู
เห็นมีคนมาประมาณ1คันรถหกล้อเก่าๆ  เป็นชายทั้งหมด แต่งตัวหลากหลายทั้งเก่า ใหม่ 
อาม่า จึงถามไปว่า มากันทำไม  
กลุ่มคนนั้นตอบว่า  ก็อาม่าจะแจกข้าวไม่ใช่เหรอ  พร้อมกับชูกระดาษติ้วสีเหลืองในมือให้อาม่าดู  
อาม่าก็จัดการแจกจนเรียบร้อย และสังเกตเห็นว่าในกลุ่มคนนั้น มีสามีของท่านด้วย (เสียชีวิตไปแล้ว)
จากนั้นก็มีผู้หญิงมาอีก  แต่ข้าวที่อาม่ามีนั้นแจกไปหมดแล้ว  กลุ่มผู้หญิงจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง
-----------------------------------------

พอถึงวันงานเทกระจาด  อาม่าเอาข้าวทั้งหมดมาทำทาน  
แล้วเล่าเรื่องนี้ให้เตี่ยนฉวนซือฟัง  

พออาม่าเห็นกระดาษสีเหลืองที่ใช้ลงชื่อบริจาค  อาม่าก็บอกว่า
กระดาษนี้แหละ สีเหลืองแบบนี้เลยที่เขาถือกันมาขอข้าว
พร้อมทั้งบอกว่า ปีต่อไป บอกล่วงหน้านานๆหน่อย จะได้เตรียมของไว้เยอะๆ

จากนั้นมาทุกปี อาม่าจะร่วมบุญงานเทกระจาดทุกครั้ง


บันทึกโดย
พนมกร
13/8/53   สองวัน ก่อนงานเทกระจาดครั้งที่สี่
ปณิธานต้องแกร่งกล้า  จิตศรัทธาต้องคงมั่น
เจอสิ่งใดอย่าไหวหวั่น จุดหมายตนนั้นต้องแน่วแน่
อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

26 สิงหาคม , 2010, 12:16:07 PM
ตอบกลับ #91
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

น่านับถือจริง ๆ

เมื่อช่วงวันที่ 12 สค. 53 ที่ผ่านมาผู้น้อยป่วยกำลังพักฟื้นอยู่ที่สถานธรรม อยู่หลายวัน เป็นช่วงประชุมธรรมพอดี มีเจี่ยงซือท่านหนึ่งหลังจากเสร็จงานแล้วท่านยังไม่ได้กลับไปบุรีรัมย์บ้านของท่าน อยู่ทำงานต่อจนถึงวันอาทิตย์ 22 สค. 53 ในระหว่างนี้ก็ได้อยู่ก็คุยส่งเสริมกัน 
   
 เจี่ยงซือท่านนี้ก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อวันที่ 12 สค.53 มีเจี่ยงซือหญิงอีกท่านหนึ่ง อยู่ที่เขตอีสาน จ.บุรีรัมย์ งานประจำของท่านคือเป็นครูสอนหนังสือโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน ท่านมีความศรัทธาและตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญและดำเนินงานธรรม มาตลอด และในวันหยุดยาววันที่ 12 เป็นวันแม่ท่านก็ได้ไปทำนา ก็ใส่ชุดชาวนา สวมรองเท้าบู๊ท ขณะที่กำลังดำนาอยู่ ได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์จากหอกระจายเสียงของหมู่บ้านกำลังพูดถึงความสำคัญของวันแม่และพูดถึงแม่ เจี่ยงซือท่านนี้ก็จิตหนึ่งใจเดียวไม่คิดอะไรในวินาทีนั้นคิดแต่ว่าจะต้องไปพูดธรรมะ พูดธรรมะ พูดถึงพระคุณของแม่  ท่านก็ขึ้นจากนาไปทั้งชุดแบบนั้น ไปที่หอกระจายเสียงของหมู่บ้านแล้วก็ไปพูดแทนประชาสัมพันธ์ของหมู่บ้าน พูดธรรมะพูดถึงความกตัญญู ฯลฯ ผู้ฟังก็รู้สึกประทับใจและทราบซึ้งในคำพูดและการกระทำของท่าน  (รวมถึงผู้น้อยด้วยนะเนี่ย ประทับใจจริง ๆ ต้องขอกล่าวคำว่า เธอแน่มาก)

   

     อีกหนึ่งในความประทับใจ ในบันทึกความทรงจำยุคขาว

      26 ส.ค. 53  /  มะลิซ้อน
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5 ตุลาคม , 2010, 01:58:29 PM
ตอบกลับ #92
โลหิตแห่งชีวิตคือ ความรัก กระดูกสันหลังของชีวิตคือ คุณธรรม
(โอวาทพระธรรมจารย์เทียนหยาน ไท่ห่าว 27/9/50)

เมื่อเจ้าเกิดปณิธาน  เวไนยจึงมีความหวัง
(เหล่าซือเมตตา - ไท่อู้ 1/12/50)
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5 ตุลาคม , 2010, 05:35:43 PM
ตอบกลับ #93
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

ศรัทธาจากคัมภีร์สัจคาถาพระเมตเตยะ (หมีเล่อเจินจิง)     
         อาจารย์บรรยายธรรมท่านหนึ่ง พูดให้ฟังว่า ที่สถานธรรมที่ท่านศึกษาอยู่มีญาติธรรมท่านหนึ่ง มาศึกษาธรรมที่สถานธรรมแต่ก็ไม่ค่อยเปิดใจและยังไม่ค่อยเชื่อมั่น และศรัทธาธรรมนี้เท่าไร เวลามาฟังธรรมเข้าชั้นเรียน ก็จะนั่งกอดอกไม่ค่อยสนใจ ฟังนักมีอยู่วันหนึ่ง ญาติธรรมท่านนี้ป่วย  และได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่กำลังนอนพักอยู่บนเตียงคนไข้ ก็เกิดเหตุการณ์ อยู่ๆเตียงของเขาถูกเขย่าแล้วก็สั่น สะเทือนจนเขาแทบตกจากเตียงไม่ยอมหยุด สะเทือนแรงมาก เขานึกขึ้นได้ว่าได้นำคัมภีร์สัจคาถาพระเมตเตยะมาด้วย เขาก็ตั้งใจท่อง 3 จบ  หลังจากที่ท่องแล้ว ไปเข้าห้องน้ำกลับมา เหตุการณ์ก็ปกติ  หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ญาติธรรมท่านนี้ ประจักษ์กับตนเองและมีความศรัทธา เชื่อมั่นในธรรมนี้และได้ศึกษาบำเพ็ญปฏิบัติจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ


                                  บันทึกความทรงจำในธรรมกาลยุคขาว
                                  อวี้หาน   05/10/53
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5 ตุลาคม , 2010, 06:35:21 PM
ตอบกลับ #94
  • ไม่ใช่ LuckyCat นะ
  • Global Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4181
  • อนุโมทนา: 34
  • ก็แค่แมวขี้เกียจตัวนึง
    • ~ บอร์ดแมวเมา ~


ขนาดเขาไม่ศรัทธา แต่ก็ยังท่องหมีเล่อได้สามจบ

นับถือ

เทียนเอินซือเต๋อ
อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าคิดว่าคนอื่นขาดตนเองไม่ได้ -- หลักการในการทำงานของแมวขี้เมา
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

6 ตุลาคม , 2010, 09:06:04 AM
ตอบกลับ #95
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

อาวุโสนำไปส่งเสริมน่ะค่ะ เบื้องบนเมตตาจริง ๆ
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

6 ตุลาคม , 2010, 10:52:20 AM
ตอบกลับ #96
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

ณ. เวลา 23.20 น.  วันอังคาร ที่ 28.09.53
   
             หลังจากที่มีชั้นเรียนและงานธรรมที่ติดต่อกันมาหลายวัน นอนไม่ค่อยหลับ ติดกันมาหลายๆคืน คืนวันอังคารที่ผ่านมา อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม ชาวไต้หวัน ท่านมาเมืองไทย ปีหนึ่งไม่กี่ครั้ง พูดไทยได้ไม่กี่คำ ไม่รู้จักสถานที่ และฟังภาษาไทยได้ไม่กี่คำ  วันที่ 28 มีชั้นเรียนที่สถานธรรม ตั้งแต่ 08.00 น. เสร็จชั้นเรียนประมาณ 16.00 น. อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมป่วย เวียนศรีษะ และปวดหัวมาก ท่านพักผ่อนอยู่บนห้องพัก ท่านมีอาการป่วยอยู่แล้ว เหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ดีขึ้น  และเสร็จจากชั้นเรียนในวันนี้ จะต้องเดินทางไป ถ่ายทอดธรรมะและจัดชั้นเรียนที่ จ.สุราษฎ์ธานี ใจท่านอยากที่จะไปแต่ก็กลัวร่างกายจะไม่ไหว ตอนแรกจะเดินทางด้วยเครื่องบินแต่คิดว่าเครื่องแพง จะประหยัดเงินไว้ใช้อย่างอื่น จึงยอมลำบากเลือกที่จะเดินทางด้วยรถยนต์ แต่ท่านไปไม่ไหว ยังไม่ทันจบชั้นเรียน อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมอีกหนึ่งท่าน อาจารย์บรรยายและนักธรรมอาวุโสหลายท่านเดินทางไปพร้อมกัน โดยรถยนต์ ส่วนอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมที่ป่วย ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่สถานธรรม หลังจากที่ผู้น้อยเลิกงานวันนั้นก็กลับไปได้พบว่าท่านอาการดีขึ้น แล้ว แล้วก็มีอาวุโสติดต่อมาที่อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม มีความจำเป็นมากที่จะต้องให้ท่านเดินทางไป  สรุปได้ว่าท่านต้องเดินทางโดยรถไฟ งานแรกหลังจากเลิกงานกลับไปถึงสถานธรรมของผู้น้อยก็คือ ไปจองตั๋วรถไฟให้ อาจารย์ และมีนักธรรมอาวุโสติดตามไปอีกหนึ่งท่านเดินทางเที่ยว 00.19 น. ถึงปลายทาง ตามตั๋วก็ 8.11 น.ของอีกวัน
             
                 งานที่ 2 ก็คือ หลังจากที่อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมพักผ่อน ผู้น้อยก็พักผ่อน ตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ ตั้งปลุกตอน 23.20 น. กลัวไม่มีคนปลุก อาจารย์บอกว่าทานยาแล้วง่วง เมื่อถึงเวลาให้เราไปปลุกท่านด้วย ผู้น้อยก็ไปปลุกท่านเมื่อถึงเวลา ท่านก็ตื่นมาเตรียมตัว ไม่ถึง 15 นาที จาก 23.20 น. ผู้น้อยก็ปลุกนักธรรมอาวุโสหญิงอีกท่านหนึ่งที่พักอยู่กับผู้น้อย แล้วก็อาวุโส ที่จะเดินทางไปกับเตี่ยนฉวนซือ แล้วก็มีนักธรรมอาวุโสหญิง อีก 2 ท่านที่รอส่งอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม เราเดินทาง โดยรถตู้ประจำสถานธรรมไปส่งอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมที่สถานีรถไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานธรรมนักประมาณ 5 กม. เป็นผู้หญิง เดินทางไป 5 คน  ผู้หญิงคนแรกคืออาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมชาวไต้หวัน หญิงคนที่ 2 คืออาจารย์บรรยายธรรมที่จะเดินทางไปกลับอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม ส่วนคนที่ 3 –4และ 5 คือ อาจารย์บรรยายธรรม 2 ท่าน และผู้น้อย อาจารย์บรรยายธรรมท่านหนึ่งอายุมากแล้ว เกือบ 60 ปีแล้ว เพิ่งเกิดอุบัติเหตุ ขาและเข่าเจ็บเดินไม่ค่อยไหว แต่ต้องเป็นคนขับรถ เพราะอีกท่านหนึ่งที่ไปด้วยกันขับไปแต่ต้องไปกับอาจารย์ ส่วนผู้น้อยและอีกท่านหนึ่งขับไม่เป็น เราไปถึงสถานีก่อนเวลาตามตั๋ว 10 นาที และเมื่อไปถึง ไม่มีใครที่จะมาเป็นผู้โดยสารเลย เจ้าหน้าที่ก็ปิดไฟพักผ่อนกันหมดแล้ว ขณะที่รออยู่ก็มีพายุมาลมพัดแรงมาก แล้วฝนก็ตก ทั้งหมดยังรออยู่ที่สถานี ขณะที่รออยู่นั้นมีผู้ชายวัยรุ่นตอนปลายคนหนึ่ง ท่าทางไม่เหมือนปกติ ในมือถือขวดน้ำอัดลมขวดพลาสติก ข้างในน่าจะเป็นเหล้า เพราะลักษณะเขาเหมือนคนเมาและมีกลิ่นเหล้า  อยู่ ๆก็โผล่ออกมา และก็เข้ามาใกล้เรา ในมือเขาไม่มีอาวุธอะไร แล้วเขาก็พูดโวยวายไม่สุภาพ แล้วก็พยายามเข้ามาใกล้ตอนแรก มาอยู่ใกล้กับอาจารย์บรรยายอีกท่านหนึ่งนั่งรออยู่ตรงข้ามผู้น้อย เราก็มองหน้ากันด้วยใจที่ไม่ค่อยจะดี แต่เราก็เฉย ๆ ทุกคนระวังตัว 15นาทีผ่าผ่านไปรถไฟยังไม่มาเก๋งขับมาจอดที่สถานีหนึ่งคัน  เป็นผู้โดยสารที่จะเดินทางเที่ยวนี้เหมือนกัน มีญาติซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนและเด็กหญิงวัยรุ่นหนึ่งคน มาส่ง ผู้โดยสารท่านนี้เป็นชาย อายุประมาณ 26 – 27 ปี เขาทั้งหมดไปนั่งรอ ฝั่งตรงข้ามกับที่พวกเรานั่งอยู่ และผู้ชายวัยรุ่นที่เมาและไม่มีสติไม่ค่อยดีก็ไปพูดโวยวาย สร้างความรำคาญและความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารและครอบครัว พวกเราก็กลัวและคอยสังเกตุพฤติกรรม เวลา 00.10 น. นายสถานีก็ตื่นขึ้นมาประชาสัมพันธ์รถไฟเสียเวลาจะถึงสถานีบ้านโป่ง ในเวลา 00.44 นาที ผู้โดยสารชายและครอบครัวจึงรำคาญและคงไม่อยากมีเรื่องจึงพากันกลับไปก่อน ก่อนไปผู้หญิงสองคนที่มาส่งเขาก็มาเตือนเราให้ระวังคนขี้เมาคนนี้นะน่ากลัว เขาจะไปกันก่อน เราไม่รู้จักเขาแต่อยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนกันก่อนแต่ เขาก็กลัวจึงไม่กล้าอยู่ขับรถออกไปจากสถานี เมื่อผู้โดยสารกลุ่มนี้ไปชายขี้เมาคนนี้ก็เข้ามาใกล้พวกเราอีกครั้งคราวนี้มาอยู่ข้างหลังผู้น้อยยืนติดต้นเสาด้านหลังที่นั่งที่ผู้น้อยนั่ง แล้วก็พูดโวยวายแซวมาชิดกับผู้น้อยมาก ทุกคนที่ไปด้วยกันก็มองมาที่ผู้น้อย ผู้น้อยไม่กล้าลุกไปนั่งกับอาวุโสทันทีกลัวสถานการณ์แย่ลง ทำเฉย ๆคอยระวังตัวทุกคนท่องรหัสคาถา  แล้วพอชายขี้เมาคนนี้เงียบเสียงลงผู้น้อยค่อยๆ ย้ายที่นั่งไปติดกับอาวุโสที่นั่งอยู่ม้านั่ง ใกล้กันห่างกัน 2 ก้าว พอผู้น้อยย้ายไป แล้วเราก็มองมาที่เขาเขาก็พูดเสียงดังโวยวายว่าด่าพวกเราว่าทำไมต้องมองดุเขา ไม่ต้องมองแบบนี้ก็ได้ เราก็ไม่ได้มองหาเรื่องอะไรคอยระวังตัวเฉย  ๆ  ชายขี้เมาก็เดินไปนั่ง ใกล้กับอาจารย์บรรยายหญิงอีกท่านหนึ่ง ตรงข้ามกับผู้น้อย พูดจาไม่ค่อยดีเขา อาจารย์ท่านนี้ก็ย้ายมาอยู่รวมกันใกล้กันและมาดูแลกระเป๋าเดินทางของอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมไม่ได้นั่ง และท่านอยากเข้าห้องน้ำ เลยไปกับอาจารย์บรรยายอีกท่านหนึ่งที่พึ่งย้ายมาอยู่ใกล้กัน จึงไปเรียกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสถานีซึ่งไม่ได้เปิดไฟทำงานแล้ว เพื่อไปถามหาห้องน้ำและขอเข้าห้องน้ำอาจารย์บรรยายท่านนี้ไปยืนรออยู่ 5 นาที ไม่กล้าเรียกทันทีไปยืนดูว่ามีเจ้าหน้าที่ไหมเจ้าหน้าที่นอนหลับอยู่เขาก็เรียกรบกวนให้เปิดห้องน้ำให้  ยืนรออยู่นานกว่าเขาจะเปิด และอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมก็ไปเข้าห้องน้ำกับอาจารย์บรรยายท่านนี้ พวกเราอยู่กัน 3 คนและชายขี้เมา แล้ว 2 คนที่ไปเข้าห้องน้ำก็กลับมา พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งก็ลุกขึ้นมาดูตะโกนขู่ไล่ชายขี้เมา อยู่ด้านในห้องขายตั๋วของสถานี ชายขี้เมาคนนี้ก็ยังไม่ไปแต่เริ่มห่างจากพวกเรา พักหนึ่งเก๋งของคนที่เพิ่งออกไปก็กลับเข้ามารอที่สถานี อีกครั้งฝนยังไม่หยุด ชายขี้เมาก็โวยวายแล้วก็เดินโซเซไปจากสถาทีท่ามกลางสายฝน และจิตใจที่สั่นกลัวและสงสาร มองเห็นถึงชีวิตของเวไนยบนโลกนี้ ของเราทุก ๆ
                     
                    เวลา 00.42 รถไฟมาถึงเราเดินไปส่งอาจารย์ให้ถึงขึ้นรถฝนยังตกเราไม่ได้ติดร่มมาเพราะก่อนออกเดินทาง ไม่คิดว่าจะมีพายุลมฝนเรียกว่าไม่มีเค้าเลย ต้องปล่อยให้อาจารย์บรรยายธรรมที่อายุมากและต้องเป็นคนขับรถกลับ ที่ขาและเข่าบาดเจ็บนั่งรออยู่แต่ท่านพยายามไปส่งอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมให้ถึงที่ผู้น้อยประคองให้ท่านนั่งรออยู่ตรงนี้ ผู้น้อยและอาจารย์บรรยายอีกท่านหนึ่งเดินไปส่งอาจารย์ถึงตู้โดยสารของรถขบวนนั้น เปียกฝนเหมือนกันเมื่ออาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมและอาจารย์บรรยายที่ติดตามไปด้วยซึ่งขึ้นไปก่อนอาจารย์ขึ้นรถไปแล้วเราก็กลับ เราสองคนพยุงอาจารย์บรรยายที่อายุมากและขาเจ็บคนนี้ไปถึงรถที่จอดไว้ด้านหน้าสถานี ให้ขึ้นรถผู้น้อยปิดประตูให้ท่านถามว่าท่านขับไหวไหมท่านบอกว่าไหวทั้งๆที่ตัวเองเดินไม่ค่อยจะไหว ผู้น้อยนั่งด้านข้างคนขับ อีกท่านหนึ่งนั่งด้านหลัง เมื่อกลับถึงสถานธรรมผู้น้อยพยุงท่านลงจากรถ อีกท่านหนึ่งปิดประตูรถ แล้วเราก็ประคองท่าน  ผู้น้อยเปิดประตูและท่านก็ค่อย ๆพาตัวเองเดินไปเข้าที่นอนที่อยู่ชั้นล่างผู้น้อยและอาจาย์บรรยายธรรมอีกท่านหนึ่งก็ขึ้นไปนอนที่ห้องพักที่อยู่ด้านบน ดูนาฬิกาตีหนึ่งกว่าๆ ผู้น้อยเข้านอน
           
                       

                                                    บันทึกความทรงจำในธรรมกาลยุคขาว
                                                    อวี้หาน/06/10/53
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

8 ตุลาคม , 2010, 09:54:03 PM
ตอบกลับ #97



เมื่อครั้ง..ชั้นเรียนถันจู่ปัน 2007

หนทางการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญของแต่ละคน บางครั้งอาจพบเจออุปสรรคเป็นธรรมดา บ้างก็มากน้อย แตกต่างกันไป ตามวิบากกรรมที่เคยทำไว้แต่ชาติ-ภพ ก่อนๆ

    มีเจี่ยงซือท่านหนึ่ง ที่บ้านเป็นถันจู่ด้วย ท่านมีอุปสรรค์อยู่อย่างหนึ่ง คือหลังจากที่ตั้งห้องพระในบ้านเสร็จ ท่านมักเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นที่เจ้ากรรมนายเวร หรือดวงชะตาไม่ดี หรือว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยไม่ดี อาหารการกินไม่ถูกต้องหรือเปล่า หรือเกิดขึ้นจากจิตใจตัวเอง แต่ถันจู่ท่านนี้ก็เข้าใจธรรมะดี ท่านไม่อยากไปถามทรง เจ้าอะไร เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกหลักสัจธรรมที่ศึกษามา แต่ด้วยความเป็นห่วงของพี่สาว พี่สาวจึงไปถามร่างทรงที่เป็นร่างพ่อปู่ ที่บำเพ็ญฤๅษีมา คนแถวนั้นเรียกว่า “พ่อปู่” บังเอิญภรรยาของร่างทรงคนนี้ก็เป็นร่างทรงของเจ้าอีกองค์หนึ่ง และก็ยังถือศีลกินเจด้วย เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นี้บอกว่า “ห้ามกินเนื้อสัตว์” ทรงผู้หญิงคนนี้ก็เลยต้องกินเจประจำ ส่วนร่างทรง “พ่อปู่” ก็จะไม่กินเจ

พี่สาวก็ไปถามพ่อปู่ พ่อปู่ก็ไปนั่ง ดูว่าที่บ้านของเจี่ยงซือท่านนี้ ตรงนั้นมีอะไร พอพ่อปู่นั่งดูแล้วก็บอกว่า
“เอ๊ะ สถานที่ตรงนี้พิเศษจังเลย ทำไมพ่อไม่สามารถมองเห็นอะไรข้างในเลย”

 พี่สาวก็บอกว่า...
“อ่อ บนบ้านเขามีห้องพระ เป็นห้องสถานธรรม”

แต่พ่อปู่ก็ไม่เข้าใจว่า ห้องพระ ห้องสถานธรรมเป็นอย่างไร พ่อปู่บอกว่าบริเวณพื้นที่ข้างๆ มีปัญหาเกี่ยวกับวิญญาณ พ่อปู่จะไปทำพิธีสวดและทำพิธีเชิญออก  ในคืนนั้นก็ได้เดินทางไปทำพิธีให้เลย หลังจากทำพิธีเสร็จ พ่อปู่ก็ขอขึ้นไปบนบ้าน ห้องพระ และก็กราบไหว้ แล้วค่อยลงมาทำพิธีสวดอีกครั้ง เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ขณะอยู่ในห้องพระท่านก็พูดธรรมะทั่วไปให้ฟัง อยู่ๆ ท่านก็บอกว่า
“เอ้า...เจ้าของบ้านออกมาบรรยายธรรมให้ฟังสักหน่อย พ่อปู่พูดแต่ธรรมะแบบเก่า ให้เจ้าของบ้านมาพูดธรรมะแบบใหม่ให้ฟังสักหน่อย"

เจี่ยงซือท่านนี้ก็สงสัยว่า
“เอ๊ะ...ตั้งแต่ไม่สบาย ไม่ได้ขึ้นบรรยาย อยู่ๆ ก็จะให้ขึ้นบรรยายต่อหน้าคนมากมายที่ไม่ใช่ญาติธรรม”

ท่านก็ไม่รู้จะพูดอะไร แต่พี่สาวก็เชียร์ให้ขึ้นพูด สุดท้ายก็เลยพูดเรื่อง การรับวิถีธรรม การที่จะมาเจอธรรมะ การที่จะมาเกิดเป็นคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คนที่ทำไม่ดีก็อาจจะมาเกิดเป็นสัตว์ ฉะนั้นคนเราไม่ควรไปกินเนื้อสัตว์  และพูดถึงธรรมะธรรมดาในชีวิตประจำวันที่เราพบเจอ

หลังจากพูดจบพ่อปู่ก็บอกว่า
“แหมพูดซะจนพ่อปู่ไม่กล้ากินเนื้อสัตว์อีกเลย”

มื้อเย็นนี้พ่อปู่ก็เลยทานเจ แล้วยังบอกว่า
“แต่อาหารเจก็อร่อยดี”

จริงๆ เรื่องการถามเจ้า ถามองค์ไม่จำเป็น หรือไม่ควร ถ้าเราเข้าใจสัจธรรมจริง เราไม่จำเป็นต้องไปพึงพาอาศัยสิ่งเหล่านี้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องบังเอิญ



บันทึกจากตอนหนึ่งในหัวข้อ
“คุณูปการของถันจู่” เมตตาโดย เลี่ยวฮุ่ยจู ในชั้นถันจู่ปัน 2007



บันทึก
8/10/53

โลหิตแห่งชีวิตคือ ความรัก กระดูกสันหลังของชีวิตคือ คุณธรรม
(โอวาทพระธรรมจารย์เทียนหยาน ไท่ห่าว 27/9/50)

เมื่อเจ้าเกิดปณิธาน  เวไนยจึงมีความหวัง
(เหล่าซือเมตตา - ไท่อู้ 1/12/50)
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

18 ตุลาคม , 2010, 03:14:35 PM
ตอบกลับ #98
  • บุคคลทั่วไป

เมื่อวานไปรับธรรมมะที่จ.ราชบุรี โดยคุณปุ้ยพาไปค่ะ  แต่ยังไม่ได้รู้จัก อุตตระธรรมวิถี สักเท่าไร (คือยังไม่ค่อยเข้าใจนะค่ะ)ถ้าท่านอาวุโสท่านใด ว่างอยากแนะนำ  เพื่อให้ข้าน้อยเข้าใจ โปรดอธิบายให้ฟังบ้างนะค่ะ ชื่อ :pen1_10:ail.com
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

18 ตุลาคม , 2010, 03:31:44 PM
ตอบกลับ #99
  • กายเคี่ยวกรำ... ใจหล่อเลี้ยงธรรม
  • ประสานงาน เขตกำแพงเพชร
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 336
  • อนุโมทนา: 12
  • ใจดั่งเทียนไข...
    • อีเมล์

เมื่อวานไปรับธรรมมะที่จ.ราชบุรี โดยคุณปุ้ยพาไปค่ะ  แต่ยังไม่ได้รู้จัก อุตตระธรรมวิถี สักเท่าไร (คือยังไม่ค่อยเข้าใจนะค่ะ)ถ้าท่านอาวุโสท่านใด ว่างอยากแนะนำ  เพื่อให้ข้าน้อยเข้าใจ โปรดอธิบายให้ฟังบ้างนะค่ะ ชื่อ :pen1_10:ail.com

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะที่ได้รับวิถีธรรม
ลงทะเบียนสมัครสมาชิกก่อนซีจ้ะ.. จะเห็นหัวข้อมากมายให้เราได้ศึกษาเลยหละคะ... ^_^
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

23 ตุลาคม , 2010, 10:46:57 AM
ตอบกลับ #100
  • ทหารสละชีพเพื่อชาติ นักปราชญ์สละชีพเพื่อธรรม
  • ประสานงาน เขตชลบุรี
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 992
  • อนุโมทนา: 3
  • กองไฟแห่งศรัทธา จุดปัญญาให้เยาวชนไทย
    • เวบไซด์สถานธรรม เทียนเซิงฝอเอวี้ยน http://www.tianshengfovian.com/
    • อีเมล์

เรื่องแรกครับ....อ่านแต่ของท่านอื่นมานานละ......ประสบการณ์จากน้องในค่ายน่ะครับ

 เมื่อเดือน มิถุนายน มีค่ายเยาวชนซึ่งค่ายจัด 3วัน ศุกร์ถึงอาทิตย์ ในวันที่ 2 วันเสาร์ช่วงบ่ายๆ ก็จะมีการเข้าฐานคุณธรรม มีฐานนึง ชื่อฐานจริยธรรม น้องในกลุ่มที่เข้าฐานทุกคนจะต้องอ่านและเขียนความผิดบาปสำนึกผิด ซึ่งในฐานนั้นได้เชิญเทพเจ้ากวนอู  ประทับตรงหน้าซุ้มและมีพี่เลี้ยงของเราทำเสียงดุๆเพื่อใหน้องที่ผ่านฐานนี้ได้สำนึกผิดบาปไม่กล้าทำผิดบาปอีก ซึ่งบรรยากาศนั้นสมจริงมาก ผู้น้อยเดินผ่านยังรู้สึกได้เลยว่าน่าเกลงขามมากยังคิดว่าเจี่ยงซือที่รับผิดชอบทำฐานนี้ ไอเดียดีจริงๆ


       
 
      แต่ว่าฐานนี้ใช้เวลานานมากๆทำให้น้องๆต้องรอเพื่อเข้าฐานกันยาว จนมีเวลาให้น้องๆได้ออกไปห้องน้ำและดื่มน้ำ  มีน้องผู้ชายคนหนึ่ง ขณะที่เพื่อนๆเข้าฐานอยู่แต่น้องเค้ากลับหนีไปนอนเล่นบริเวณด้านข้างของสถานธรรมซึ่งเวลานั้นเป็นเวลาที่เพื่อนๆของเค้ากำลังเข้าฐานจริยธรรมกัน ..ในช่วงที่น้องคนนี้กำลังนอนเล่นไม่ยอมไปเข้าฐาน (น้องเล่าว่า) ก็เห็นเทพเจ้ากวนอูองค์เขียวๆ องค์สูงใหญ่มาก  หน้าแดงก่ำยืนชี้มาที่น้อง......ทำให้น้องเค้าตกใจมากแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสอง เพื่อเข้าฐานจริยธรรม........โดยไม่กล้าหลบมานอนอีกเลย.................
           เรื่องนี้น้องได้มาเล่าให้พี่เลี้ยงฟังแล้วผู้น้อยก็เอาเรื่องนี้มาเล่าที่นี่อีกทีครับ....เพื่อแรกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ  ในเรื่องนี้ทำให้รู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนส่งงานธรรมและคอยดูแลเราเสมอมา นี่เป็นเรื่องที่เกิดในค่ายเยาวชนที่ชลบุรีครับ ปลายเดือนมิย.2553
กองไฟแห่งศรัทธาจุดปัญญาให้เยาวชนไทย
คนทำค่าย002
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

2 พฤศจิกายน , 2010, 10:49:40 AM
ตอบกลับ #101
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

สองอาทิตย์ที่แล้ว...เจี่ยงซือท่านหนึ่งพูดให้ฟัง
  
 ท่านได้ร่วมศึกษาในชั้นเรียนส่งเสริมค่ะ มีชายขี้เมาคนหนึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกับเจี่ยงซือท่านนี้นั่น

แหละ  แต่ว่าเขาไม่เคยมาบ้านของเจี่ยงซือท่านนี้เลย  พอดีวันนั้นท่านอยู่บ้าน ชายขี้เมาคนนี้เขาก็มานอนอยู่ใต้ถุนบ้าน บ้านของท่าน

เป็นสถานธรรมครัวเรือน มีโต๊ะพระอยู่ด้านบน เป็นบ้านเรือนไม้สองชั้น เมื่อเจี่ยงซือท่านนี้พบชายขี้เมาก็แปลกใจและตกใจเล็กน้อย

ทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้และรู้สึกไม่ดีจึงบอกให้ชายขี้เมากลับไปเถอะที่นี่เป็นสถานธรรมครัวเรือนเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เจี่ยงซือท่านนี้จึงไม่  อยากให้ชายขี้เมาอยู่ตรงนี้ แล้วก็ถามว่าทำไมถึงมาที่นี่ได้ ทำไมวันนี้มาที่บ้านฉัน ชายคนนี้ไม่รู้จักว่าที่นี่คือสถานธรรมครัวเรือน ไม่รู้จักธรรมะมาก่อน แต่ทราบว่าเจี่ยงซือท่านนี้ทานเจ พอเจี่ยงซือบอกให้ออกไปเขาก็เชื่อฟังเพราะรู้ว่าตัวเองดื่มเหล้าเมาไม่สะอาด และได้

ตอบคำถามกับเจี่ยงซือท่านนี้ว่าผมฝันถึงบรรพบุรุษมากมายเลย น่ากลัวบอกว่าถ้าไม่อยากทรมานและทุกข์เหมือนกับบรรพบุรุษให้ไปหาหนทาง ชายคนนี้ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน บรรพบุรุษบอกว่าให้ไปที่ "บ้านตาเจ๊ก"  ซึ่งเป็นสถานธรรมครัวเรือนแห่งนี้นั่นเอง เจี่ยงซือท่านนี้

เป็นภรรยา ของคนที่ชื่อเจ๊ก ซึ่งเป็นถันจู่  แต่ชายขี้เมาไม่เคยรู้เรื่องราวไม่เคยสนใจ และไม่มีใครฉุดช่วย จนเมื่อถึงเหตุการณ์วันที่พูดถึงนี้   เจี่ยงซือท่านนี้ขณะที่กำลังบอกให้ชายนี้กลับไป ก็บอกว่าเดี๋ยวเองดีแล้วจะบอกให้ ให้หายเมาก่อน เจี่ยงซือท่านนี้เมื่อประจักษ์เช่นนี้จึงมีปณิธานความมุ่งมั่นที่จะต้องฉุดช่วยชายผู้นี้ให้ได้  และอีกไม่นานเมื่อถึงบุญวาระ ก็จะพาเขามารับวิถีธรรม  

ปัจจุบันผู้น้อยยังไม่ได้ติดตาม   ความคืบหน้า  จึงฟังแล้วจำมาเล่าได้เพียงเท่านี้ เป็นความทรงจำอยู่อีกหนึ่งในบันทึกความทรงจำยุคขาวค่ะ  ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของเรื่อง...



อวี้หาน/บันทึกความทรงจำในธรรมกาลยุคขาว
2/11/53



ปล.แก้ไข 4 รอบกว่าจะลงตัวออกมาเป็นแบบนี้ ลองอ่านดูนะคะ

...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

8 พฤศจิกายน , 2010, 07:04:25 PM
ตอบกลับ #102
  • บุคคลทั่วไป

รักพระอาจารย์มากเลยค่ะ หนูรับธรรมะมาได้1 ปีแล้ว มีบางช่วงที่ขาดหายไปเพราะไม่เข้าใจในธรรมะแต่วันนี้หนูเริ่มจะมองเห็นบางสิ่งที่ธรรมะได้สร้างสรรค์ขึ้น และหนูจะตั้งมั่นในความดีตลอดไปค่ะ
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

9 พฤศจิกายน , 2010, 08:17:43 AM
ตอบกลับ #103
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

รักพระอาจารย์มากเลยค่ะ หนูรับธรรมะมาได้1 ปีแล้ว มีบางช่วงที่ขาดหายไปเพราะไม่เข้าใจในธรรมะแต่วันนี้หนูเริ่มจะมองเห็นบางสิ่งที่ธรรมะได้สร้างสรรค์ขึ้น และหนูจะตั้งมั่นในความดีตลอดไปค่ะ


สาธุ...เป็นบุญอย่างยิ่งแล้วจ่ะ ขอเบื้องบนเมตตานะคะ
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

12 พฤศจิกายน , 2010, 01:10:54 AM
ตอบกลับ #104
  • ชมรมเทิดคุณธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ประสานงาน เขตเชียงใหม่
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 267
  • อนุโมทนา: 5
    • อีเมล์

เมื่อวานซืนที่ผ่านมา (10 พ.ย. 53) น้อง ๆ ที่กลับมาจากส่งเสริม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
กำลังกลับมาด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนกและวางแผนจะกราบพระสวดหมีเล่อฯ
ผู้น้อยเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติ ต่างคนก็ต่างแยกกันกลับ
ทำไมคราวนี้จึงมีรวมตัวหลังส่งเสริม

คำตอบที่ได้ คือ มีเทพมาอวยชัยให้งานธรรมกิจเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

.....ภาพย้อนให้เห็นเหตุการณ์ดังนี้
ขณะที่กลับมาจากอำเภอฮอด รถกระบะคันสีน้ำเงินของน้องถันจู่ที่สถานธรรม
ได้วิ่งผ่านลัดเลาะมาตามแนวเขา จนจะถึงบริเวณบ้านคน ก็ทำท่าหยุด ๆ วิ่ง ๆ
น้องถันจู่ผู้ชายอีกคนเริ่มทำหน้าไม่ค่อยดี เหมือนจะอาเจียน ออกมาใ้ห้ได้

แต่สักพัก ...น้องเริ่มรู้ตัวว่า มีอะไรบางอย่างอยากจะบอกกับทุกคน
แล้วน้องก็เริ่มร้องไห้และหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ และพูดออกมาว่า....

...อำนวย ชัย ฮ่า ๆๆๆ....

น้อง ๆ ที่นั่งมาด้วย งง และทำอะไรไม่ถูก เค้าใจว่า ใครที่ถูกพูดถึง
คุณอำนวยชัยหรอกหรือ ...ไม่ใช่ นั่นเป็นการอำนวยอวยชัยต่างหาก
รถคันนี้ จอดนิ่งสนิทท่ามกลางป่า เวลานั้นไม่มีแสงแดดแล้ว
พระอาทิตย์พึ่งลับขอบฟ้าไปไม่นาน

น้องที่ถูกใครบางคนใช้ร่าง ก็ยังสั่นเกร็งพร้อมพูดอะไรหลายๆ อย่างออกมา
....ท่านบอกว่า ท่านคือ พญาเทพฤทธิ์ อยากจะมา กราบเท้าน้องนก
(น้องนกคือ ผู้นำสายบุญที่อำเภอฮอด) อยากขอบคุณที่นำพาธรรมะและพระโองการสวรรค์
จากหลูเตี่ยนฉวนซือมาถึงที่นี่ อยากกราบเท้าแทนลูกหลาน ท่านคือผู้ปกปักรักษาดวงวิญญาณที่นี่.....

เมื่อท่านอวยพรและขอบคุณเสร็จ ท่านก็ถอนออกไป ในขณะนั้นเสียงสวดหมีเล่อฯ ดังขึ้นโดยพลัน
แม้จะกระท่อนกระแท่นไม่เป็นจังหวะ เนื่องจากต้นเสียงนั้นยังตื่นเต้นและสับสน เพราะในนั้นญาติธรรมใหม่
บางคนพึ่งเคยออกส่งเสริมเป็นครั้งแรก ฟ้าเบื้องบนจึงเผยประจักษ์พยานให้แจ้งชัด หลังจากนั้นจึงขับรถต่อไป จนถึงเมืองเชียงใหม่ก็ประมาณสามทุ่มกว่าแล้ว จึงรีบเอาเรื่องนี้รายงานอาวุโสแล้วจึงไปกราบพระขอบคุณพระกรุณาธิคุณและกราบอุทิศกุศลปรกแผ่แด่วิญญาณท่านดังกล่าว

น้องที่โดนใช้ร่างบอกว่า ในขณะภวังค์นั้นรู้ตัวดีว่าเป็นอะไร แต่ฝืนไม่ได้แล้ว อึดอัดมาตั้งแต่จะออกจาก อ.ฮอด
แต่ในนั้นมันปรากฎภาพชายนุ่งผ้าต้อยใส่เสื้อ ถือดาบหนึ่งข้าง (คล้ายอย่าง พระยาพิชัยฯ ที่ จ.อุตรดิตถ์) แต่เบื้องหลังนั้นมี ดวงวิญญาณหลายร้อยหลายพันติดตามมาใกล้มาก

เนื่องด้วยเหตุปัจจัย ว่า ในวันนั้นกำลังจะไปจัดพิธีรับธรรมะ ที่ อ.ฮอด แต่เนื่องจากไม่ได้เคลียร์เรื่องทานเจและเงินสร้างกุศล ๕๐ บาทก่อน จึงยกเลิก คาดว่า ฟ้าดินรับรู้ สามภพภูมิรับรู้ จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำความมั่นใจในพระโองการฟ้าและภาระหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คนใหม่หลายคนรู้ตื่นจากสิ่งที่ได้พบเจอครานี้

ผู้น้อย zamcmu ไท่เย่าเชียงใหม่ / เล่าลงบันทึกความทรงจำในธรรมกาลยุคขาว
12/11/53  1:10
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal