ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติการบุกเบิกแพร่ธรรม หลิว เหลียงปิง เตี่ยนฉวนซือ (เฉิงเหลียงต้าเซียน)  (อ่าน 9216 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

18 กันยายน , 2008, 09:29:27 AM

ประวัติการบุกเบิกแพร่ธรรม
หลิว เหลียงปิง เตี่ยนฉวนซือ (เฉิงเหลียงต้าเซียน)

           ท่านอาจารย์หลิว เตี่ยนฉวนซือได้เดินทางจากไต้หวันมาเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2529 มาเป็นนายช่างฝึกสอนการทำแม่พิมพ์รองเท้าของโรงงานบริษัทสหยูเนี่ยน ท่านทำงานอย่างจริงใจและมีน้ำใจต่อผู้ร่วมงานทุกคน ผู้ร่วมงานทุกคนจึงตั้งใจทำงานในหน้าที่อย่างดี กิจการงานแม่พิมพ์รองเท้าจึงเจริญรุ่งเรืองมาก ท่านอาจารย์หลิวเป็นคนมีอัธยาศัยที่ดี จึงเป็นที่รักของท่านผู้อำนวยการโรงงานของสหยูเนี่ยนอย่างมาก ท่านอาจารย์หลิวได้รับวิถีธรรมที่ประเทศไต้หวัน และได้ศึกษาบำเพ็ญธรรมจนได้พุทธะฐานะเป็นอาจารย์บรรยายธรรม เพราะเข้าใจในงานธรรมเป็นอย่างดี เมื่อมาอยู่เมืองไทยเห็นคนไทยใจบุญสุนทาน จึงต้องการจะนำธรรมมาสู่คนไทยด้วย จึงผูกสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานและได้นำพาผู้ร่วมงานหลายคนได้รับธรรม และได้นำพาส่งเสริมให้ขึ้นชั้นเรียนฟังธรรมจนพอเข้าใจ จึงได้คิดหาเตรียมสถานที่ เพื่อจะได้เปิดเป็นตำหนักพระ

           ปี พ.ศ. 2531 จึงได้พบกับครอบครัว อู๋ ปิ่ง เฉียน ได้คุยกันถึงการจะเช่าสถานที่เพื่อเปิดบรรยายธรรม เมื่อถามกันแล้วถึงความประสงค์ที่แท้จริง คือ การกราบไหว้พระแม่กวนอิมและบรรยายธรรม จึงบอกว่า ที่ชั้น 3 มี 2 ห้อง ว่างอยู่ ถ้าใช้ได้ก็ให้ใช้ไม่ต้องเสียค่าเช่า อาจารย์หลิวและคณะจึงได้ขึ้นไปดู เมื่อเห็นสภาพก็ว่าใช้ได้ จึงลงมือตกแต่งตั้งโต๊ะพระไว้เสร็จ ถึง 13 พฤษภาคม 2531 ท่านเฉียนเหยินเดินทางมาส่งเสริมญาติธรรมเมืองไทย ท่านเฉียนเหยินเมตตาเดินทางมาจัดตั้งตำหนักพระด้วยตนเอง ในเย็นวันที่ 13 พฤษภาคม 2531 ท่านเฉียนเหยินเมตตาตั้งชื่อตำหนักพระ ไท่อวิ้น เป็นมงคลอย่างยิ่ง ทุกคนดีใจมาก วันนั้นมีคนมามากมาย และมีคนรับธรรมะหลายสิบคน รวมทั้ง อู๋ ปิ่ง เฉียน (ผู้น้อย) ก็ได้รับธรรมะในวันนั้นเอง ท่านเฉียนเหยินเมตตาเป็นคนทำพิธี และเบิกจุดญาณทวารให้คนรับธรรมในวันนั้นด้วยตนเอง ทุกคนถึงไม่รู้จักท่านเฉียนเหยิน ไม่รู้ว่างานธรรมดีอย่างไร แต่ก็ได้เห็นใบหน้าที่เมตตา อ่อนโยน มีสง่าราศีของท่านเฉียนเหยิน ทุกคนก็อิ่มปิติยินดีทั่วหน้า จากนั้นเป็นต้นมาก็มีการถ่ายทอดธรรมทุกวันพุธ มีคนมารับธรรมมากครั้งหนึ่งหลายคน แต่การถ่ายทอดธรรมในขณะนั้น ถึงคนรับธรรมมาก แต่ก็ไม่เข้าใจธรรมะว่ามีคุณวิเศษอย่างไร เพราะไม่รู้จักการจัดชั้นเรียน ไม่รู้จักการจัดชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้มีแต่การถ่ายทอดธรรม ฟังปฐมนิเทศน์ธรรม ฟังไตรรัตน์แล้วก็กลับบ้าน เมื่อฟังนานไป ญาติธรรมเริ่มไม่มา เพราะรู้แล้วว่าธรรมมีเท่านี้ และการกราบไหว้สำคัญอย่างไรก็ไม่รู้ อีกทั้งการกราบไหว้ก็ไม่เหมือนกัน จึงพาให้ญาติธรรมเกิดความสงสัย ตัวผู้น้อย อู๋ ปิ่ง เฉียน ก็ไม่ได้ศึกษาจึงตอบคำถามของญาติธรรมไม่ถูก และภาษาสื่อกับอาจารย์หลิวก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน เมื่อนานวันก็ปล่อยเลยตามเลย ในขณะนั้นการคมนาคมมาที่สถานธรรมไท่อวิ้นลำบากมาก ถนนก็กำลังทำใหม่ รถก็ติด ถ้ามาจากสถานธรรมไท่จง มาถึงมีนบุรีต้องใช้เวลา 4 - 5 ชั่วโมง จึงหาอาจารย์จะมาบรรยายไม่มี งานธรรมก็เริ่มคนน้อยลงจนสุดท้ายเหลือไม่กี่คนที่ยังมาสถานธรรม ท่านอาจารย์หลิวก็ทุกข์ใจมาก พยายามส่งเสริมผู้น้อย อู๋ ปิ่ง เฉียน ให้ไปขึ้นชั้นเรียน ให้ไปร่วมประชุมธรรม

เมื่อครั้งงานเปิด มูนิธิส่งเสริมจริยธรรมแห่งประเทศไทย (อี๋ก้วนเต้า-ไทย)
ที่พุทธมณฑล ปี 2542

              จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2533 อู๋ เตี่ยนฉวนซือ จึงได้ไปประชุมธรรมที่สถานธรรมไท่จง ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ จึงรู้ว่างานธรรมดีสอนให้คนเป็นคนดี จึงเริ่มต้นช่วยอาจารย์หลิวนำพาสาธุชนคนบุญให้รับธรรม ให้ไปขึ้นชั้นเรียนแต่คนก็ไม่มาก จนถึงปี พ.ศ. 2534 – 2535 ท่านอาจารย์หลิวได้เดินทางไปเปิดโรงงานที่ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนไปได้นำผู้น้อย(อู๋ ปิ่ง เฉียน) ไปประชุมที่สถานธรรมไท่จง จึงได้เข้าใจงานธรรมดีขึ้น เพราะการประชุมมีแปลไทยจึงพอเข้าใจ เมื่อร่วมประชุมกันหลายครั้ง รู้ว่าสถานธรรมอื่นเขาก้าวหน้าอย่างไร แต่สถานธรรมไท่อวิ้นยังไม่ก้าวหน้า แล้วจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นมา ครั้งหนึ่งอาวุโสถามว่าอาจารย์หลิวไม่อยู่จะต้องเลิกสถานธรรมไหม ผู้น้อยตอบว่าไม่ต้องเลิก ผู้น้อยจะกราบไหว้พระและจะนำพาสาธุชนคนบุญ และบุกเบิกต่อไป ในเวลานั้นสถานธรรมไท่จง ท่านเฉียนเหยินเมตตาให้จัดชั้นเรียนต่างๆ จึงได้นำพาญาติธรรมมาขึ้นชั้นเรียน ญาติธรรมเริ่มเข้าใจได้นำพาญาติธรรมใหม่ให้เข้าชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ญาติธรรมยิ่งเข้าใจธรรมมากขึ้น จึงมีคนมาฟังธรรมมากขึ้น รับธรรมมากจนสถานที่ไม่พอใช้ จึงได้ปรึกษาญาติธรรมว่าเราต้องขยายสถานที่ ทุกคนเห็นด้วย ท่านอาจารย์ก๋ง เตี่ยนฉวนซือ เดินทางจากไต้หวันมาส่งเสริมญาติธรรมเมืองไทย จึงได้ปรึกษาท่าน ท่านเห็นด้วยจึงได้ลงมือก่อสร้างต่อเติมบนดาดฟ้าของหอพัก (ดูรูปประกอบ) เป็นตำนักพระ เมื่อเสร็จจึงมีการจัดชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ญาติธรรมเริ่มเข้าใจก็มีการนำพาไปบุกเบิกตามหมู่บ้านของตัวเอง ได้บุกเบิกไปหลายแห่ง [/color]

ชั้นดาดฟ้า ก่อนเป็นสถานธรรม ไท่อวิ้น


             ปี พ.ศ. 2536 ท่านอาจารย์หลิวเดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซียมาเยี่ยมญาติธรรม ทุกคนจึงได้ขอร้องให้ท่านกลับมาอยู่เมืองไทย มาส่งเสริมผู้น้อยทุกคนต่อไป ท่านเมตตาจึงได้กลับมาอยู่เมืองไทยอีก ตั้งแต่นั้นมางานธรรมของ ก็เจริญขึ้น มีญาติธรรมเพิ่มขึ้น มีบุคลากรรู้จักการทำงานมากขึ้น เพราะความเมตตาของท่านอาจารย์หลิว และอาวุโสไต้หวันทุกคนส่งเสริม ปี พ.ศ. 2537 ได้รับความเมตตาจากท่านเฉียนเหยินเมตตาแต่งตั้งเป็นอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม จนเดือนกันยายน พ.ศ. 2537 ท่านเฉียนเหยินเมตตามาส่งเสริมญาติธรรมเมืองไทย และครั้งนี้ท่านเฉียนเหยินเมตตามาเปิดตำนักพระแห่งใหม่ เมตตาให้ชื่อตำหนักพระว่า ไท่อวิ้น อย่างเดิม ท่านเมตตาว่าหลายปีก่อนตั้งตำหนักไท่อวิ้น 2 ห้องเล็ก หลายปีผ่านมาก็เป็นตำหนักพระใหญ่ ขั้นต่อไปงานธรรมจะบุกเบิกได้ทั่วไทย ผู้น้อยทุกคนได้ยินท่านเฉียนเหยินให้โอวาทเช่นนี้ ทุกคนซาบซึ้งอย่างมาก จากนั้นมาท่านอาจารย์หลิวได้ร่วมกับญาติธรรมที่เป็นผู้น้อยของท่าน ไปส่งเสริมญาติธรรมตามต่างจังหวัดด้วยความเมตตา ทุกที่ที่ไปบุกเบิกเพียรไปส่งเสริม เพียรไปจัดชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ และนำพาญาติธรรมให้เข้ามาสู่กรุงเทพฯ มาที่สถานธรรมไท่อวิ้น ยังต้องช่วยค่าใช้จ่าย ค่ารถ ค่าเดินทาง เพื่อให้ญาติธรรมเข้าใจธรรมมากขึ้น ท่านเมตตาต่อญาติธรรมทุกคน บางครั้งก็ได้เชิญหมอจากไต้หวันมารักษาโรคให้บุคลากรและญาติธรรม ท่านจะช่วยดูแลอยู่ตลอด ผู้ใดเจ็บป่วยท่านก็เอาใจใส่ดูแล ค่าใช้จ่ายทั้งหลายท่านจะเป็นคนออกเองส่วนมาก ดังนั้น  ท่านอาจารย์หลิวจึงอยู่ในใจของญาติธรรมผู้น้อยของท่านทุกคน

                    งานธรรมหลายปีผ่านไปก็เริ่มเจริญขึ้น มีคนรับธรรมเพิ่มขึ้น สถานที่ใช้ตั้งตำหนักพระเฉพาะกาลก็แคบลง เพราะอาศัยเพียงบ้านญาติธรรมที่ศรัทธา ใช้ในการถ่ายทอดธรรมและอบรมธรรม  จึงได้ปรึกษากัน ท่านอาจารย์เมตตาให้หาที่สร้างตำหนักพระให้นั่งได้ไม่ต่ำกว่า 200 คน จึงได้ลงมือก่อสร้างสถานธรรมต่างจังหวัดแห่งแรกที่จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอศรีเมืองใหม่ ใช้งบประมาณการก่อสร้างล้านบาทเศษ ท่านก็เมตตาหาคนบุญมาร่วมกันบริจาคก่อสร้างจนแล้วเสร็จ เปิดตำหนักพระในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2542

ไท่ฟง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลฯ เมื่อครั้งยังไม่มีสถานธรรม


           จากนั้นธรรมเริ่มไปสู่เมืองเหนือ ไปสู่จังหวัดแพร่ มีญาติธรรมมากและตั้งใจศึกษาธรรม คนแพร่เป็นคนบุญ เป็นเมืองพุทธะโดยแท้ ท่านจึงเมตตาให้หาที่ก่อสร้างตำหนักพระขึ้นมา ปี พ.ศ. 2542 ซื้อที่ถมดินแล้วลงมือก่อสร้างตำหนักพระขึ้นมาโดยการร่วมมือร่วมใจของญาติธรรมทุกคน การก่อสร้างก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี ต้นปี พ.ศ. 2543 จึงตั้งตำหนักพระในวันที่ 6 เมษายน 2543 เมตตาโดยท่านอาจารย์ก๋ง เตี่ยนฉวนซือ มาเป็นประธานจัดตั้ง ในปีนั้นท่านอาจารย์หลิวได้รับความเมตตาจากท่านเฉียนเหยินได้ยกระดับเป็น หัวหน้าเขตเหนือ ก. ท่านปฎิบัติหน้าที่อย่างดียิ่ง แม้งานธรรมกิจของศูนย์กลางท่านก็ช่วยอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่างานไหนท่านรับแล้วท่านก็จะทำหน้าที่อย่างดี ท่านอาจารย์เป็นคนรักงานรักหน้าที่ของตัวเองที่สุด  ญาติธรรมคนไหนมีความทุกข์ร้อน ท่านพอช่วยได้ท่านก็จะช่วยเหลือทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะญาติธรรมของไท่อวิ้น ขอให้เป็นญาติธรรมเท่านั้น  ถ้าทุกข์ร้อนท่านช่วยได้ท่านก็จะช่วยเท่าที่ท่านช่วยได้ ท่านจึงเป็นที่รักของทุกคน ปฏิปทาท่านจึงยังฝังอยู่ในใจผู้น้อยที่ได้ใกล้ชิดท่าน

ก่อนปี 2543 ที่ไท่ฝอ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ต้อง
อาศัยร้านอาหารเฟื่องฟ้า ในการจัดอบรมธรรม


     งานธรรมได้ไปสู่จังหวัดสุรินทร์ อำเภอจอมพระ บ้านเมืองลีงหลายปี ท่านก็นำพาเตี่ยน- ฉวนซือ เจื่ยงซือ ญาติธรรม ไปช่วยส่งเสริมญาติธรรมที่เมืองลีง งานธรรมก็เจริญขึ้น ได้ใช้บ้านของญาติธรรมเป็นตำหนักพระแคบไปไม่พอนั่ง ทุกคนปรึกษากัน ท่านอาจารย์เมตตาขอคนบุญบริจาคที่ดิน ญาติธรรมบริจาคที่ดิน 169 ตารางวา และได้ซื้อเพิ่มอีก 300 ตารางวา จึงได้ลงมือก่อสร้างเมื่อต้นปี พ.ศ 2544 เสร็จปลายปี 5 ธันวาคม 2544 เปิดตำหนักพระ ท่านอาจารย์จาง เตี่ยนฉวนซือเมตตาเป็นประธานเปิดในวันนั้น งานธรรมที่สุรินทร์ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น มีบุคลากรหลายคนมาช่วยงานอยู่ ท่านอาจารย์หลิว ท่านเมตตาต่องานบุกเบิกแพร่ธรรมอย่างมาก ผู้น้อยทุกคนถ้าไม่มีท่านช่วยเหลืองานธรรมคงบุกเบิกยากทีเดียว ทั้งรถ ทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งช่วยเงินในการก่อสร้างตำหนักพระ อาจารย์หลิว ท่านช่วยเหลืออยู่ทุกด้าน

ไท่หลี อ.จอมพระ จ.สุรินทร์

(ที่นี่ท่านเคยเจอเล่นของ-ของเขมรด้วย)

 
เด็กๆ ที่ไท่หลี เวลามีอบรมธรรมก็มากันมากมาย ไม่มีสถานที่รองรับพี่เลี้ยงก็พาไปเล่นกลางทุ่งนา
ท่านก็เมตตาเลี้ยงอาหารและขนมมากมาย

             งานธรรมบุกเบิกไปจังหวัดสุโขทัยหลายปี ท่านได้มาช่วยส่งเสริมจัดการประชุมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้หลายครั้ง ญาติธรรมก็เข้าใจธรรมะขึ้น มีญาติธรรมมากขึ้น เดิมอาศัยบ้านของญาติธรรม แต่สถานที่แคบไป และเจ้าของบ้านเดือดร้อนเป็นหนี้เขาอยู่จะขายให้คนอื่น ท่านอาจารย์เมตตาช่วยซื้อขึ้นมาโดยการให้ญาติธรรมทุกคนช่วยกันบริจาคเงิน เมื่อซื้อแล้วจึงได้ขยายให้กว้างขึ้น การจัดชั้นเรียนนักเรียนมีมากถึงครั้งละประมาณสองร้อยกว่าคนนั่งไม่พอ จึงได้ขยายงานธรรมออกสู่ด้านนอกถนนใหญ่จัดซื้อที่จากญาติธรรม 5 ไร่จึงลงมือก่อสร้างเมื่อต้นปี พ.ศ 2545 ก่อสร้างเสร็จประมาณเดือน ตุลาคม ปี พ.ศ 2545 ได้มงคลฤกษ์ ในวันที่10 พศจิกายน 2545 จึงได้จัดตั้งตำหนักพระโดยท่าน จาง เตื่ยนฉวนซือ เมตตา มาเป็นประธานตั้งตำหนักพระในวันนั้น งานธรรมที่สุโขทัยสถานธรรมไท่ฟู่ก็เจริญรุ่งเรือง ท่านอาจารย์หลิว เมตตาไปส่งเสริมประจำ การจัดชั้นทุกครั้งก็จะมีญาติธรรมครั้งละประมาณสามร้อยกว่าคน บางครั้ง 400-500 คนก็มี การจัดประชุมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ครั้งแรก มีญาติธรรมใหม่ - เก่า คนรับธรรมะใหม่รวมประมาณ700 กว่าคน ด้วยความเมตตาของท่านอาจารย์หลิวโดยแท้
 
ไท่ฟู่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย  ก่อนปี 2545 บ้านญาติธรรมเก่าๆ แต่งเป็นห้องพระ


ในห้องพระเวลาเดิน ไม้ปูพื้นก็จะเสียดสีกันอิ๊ดแอ๊ดๆ
ถ้าคนมากหน่อยบ้านก็จะโยกเย้ก (เสียวๆ เหมือนกัน)

           การบุกเบิกแพร่ธรรมที่ จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเก้าเลี้ยว ผ่านมาหลายปี งานธรรมที่สถานธรรมไท่เสวียนเดิมเจริญขึ้น มีบุคลากรหลายคนมาช่วยงานธรรมนำพาสาธุชนคนบุญได้เข้าสู่กระแสธรรม สถานที่เก่าคับแคบจัดชั้นเรียนญาติธรรมไม่พอนั่ง ปี พ.ศ. 2546 จึงได้ขยายออกมาด้านนอก ได้ที่ดิน 2 ไร่เศษ จัดตั้งตำหนักพระแห่งใหม่ การก่อสร้างเสร็จต้นปี พ.ศ. 2547 ได้จัดตั้งตำหนักพระวันที่ 13 มิถุนายน 2547 ท่านเฉินเหยินเมตตาให้อาจารย์ก๋ง เตื่ยนฉวนซือ มาเป็นประธานตั้งตำหนักพระ วันเปิดตำหนักพระญาติธรรมทุกสถานธรรมในเครือไท่อวิ้น และญาติธรรมของเขตเหนือได้มาร่วมงานกันมาก อีกทั้งงานนี้ได้สร้างความประทับใจให้ญาติธรรมได้มาก ทำให้ญาติธรรมตื่นตัวร่วมกันทำงานธรรม ตั้งใจศึกษา บำเพ็ญ ปฎิบัติธรรมมากยิ่งขึ้น

ที่ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ อาศัยบ้านบ้านญาติธรรม ในการจัดอบรมธรรม
ก่อนปี 2547 หลายปีกว่าจะสร้างสถานธรรม ไท่เสวียน

เมื่อญาติธรรมมากขึ้น จึงมีการสร้างห้องพระชั่วคราวด้านหลังบ้าน โดยการเทปูนลงพื้น ยกเสาด้วยคอนกรีต แล้วมุงหลังคาด้วยหญ้าคา (ต้องเปลี่ยนหญ้าคาทุกปี)

        การบุกเบิกแพร่ธรรมไปสู่ตะวันออก จังหวัดระยอง อำเภอบ้านฉาง ท่านเมตตาว่าสถานที่ดี อากาศดี ควรจะสร้างตำหนักพระเพื่อฉุดช่วยคนบุญที่นี่ เมื่อสร้างตำหนักพระเสร็จญาติธรรมบางส่วนก็จะมาพักผ่อนรักษาสุขภาพได้ เพราะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงได้จัดซื้อที่ดินโดยญาติธรรม  เมื่อได้แล้วจึงได้ลงมือก่อสร้าง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2547  ท่านเมตตามาเบิกหน้าดินและร่วมทุนในการก่อสร้างด้วย สถานธรรมจะเสร็จประมาณปลายปี 2547

           งานธรรมได้บุกเบิกลงสู่เมืองใต้ ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอกาญจนดิษฐ์ ทั้งสองแห่งล้วนมีคนบุญที่ดีงาม ใจบุญสุนทานตั้งใจบำเพ็ญธรรม ช่วยปฎิบัติธรรมตามเข้าใจ ที่ปากพนังจึงมีญาติธรรมบริจาคที่ดิน 2 ไร่เศษ เพื่อจัดตั้งตำหนักพระเพื่อฉุดช่วยคนบุญทั่วไป มีกำหนดจะเบิกหน้าดิน ในวันที่ 11 กันยายน 2547 ที่ปากพนัง

              ญาติธรรมได้รับการส่งเสริมจากท่านอาจารย์หลิว เตี่ยนฉวนซือเมตตา ทุกคนก็ตั้งใจศึกษาตั้งใจบำเพ็ญงานธรรมที่ตรงนั้นมีอนาคตมาก เพราะคนบุญมีมากมายทีเดียว  ที่กาญจนดิษฐ์ ญาติธรรมส่วนหนึ่ง เป็นครู-อาจารย์ที่มีความรู้และได้รับธรรมะแล้วเข้าใจธรรมพอสมควร ท่านอาจารย์ก็ได้ส่งเสริมด้วยตัวเอง ญาติธรรมทุกคนซาบซึ้งใจว่าท่านเป็นชาวต่างชาติทำไมจึงมีจิตใจดีงามเช่นนี้  ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวมาบุกเบิกแพร่ธรรมในเมืองไทย มานำพาให้เราเป็นคนดีมีศีลธรรมยิ่งขึ้น และยังหัดพูดภาษาไทย เพื่อบรรยายธรรมให้เขาได้เข้าใจถึงคุณวิเศษของธรรมะ ถึงท่านจะพูดภาษาไทยไม่ชัด บางคำไม่ถูกต้องแต่ทุกคนก็ตั้งใจฟังและเข้าใจในความปรารถนาดีของท่านอาจารย์หลิว เตี่ยนฉวนซือ ทุกคนจึงมีใจร่วม ที่จะบำเพ็ญ
 
           การบุกเบิกแพร่ธรรมไปสู่ จังหวัดสระแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี ท่านก็เมตตาไปส่งเสริมไปนำพาด้วยใจเมตตา

             บางครั้งถึงแม้จะมีงานส่วนตัวเกี่ยวกับกิจการของท่าน ท่านยังวางไว้ก่อนงานธรรมสำคัญกว่า ท่านเมตตาต่อผู้น้อยทุกคน ท่านเมตตาสาธุชนทุกคน ท่านคือร่มโพธิ์ของผู้น้อยทุกคน ท่านได้วางแนวทางการปฏิบัติธรรมให้ญาติธรรมทุกคนปฏิบัติตามโครงสร้างของท่านเฉียนเหยิน ให้นำพาโดยหมู่คณะ ปฏิบัติ สามมาก  สี่ดี ให้ทุกคนปฏิบัติตามปฏิปทาของท่านเฉียนเหยิน ของศูนย์กลางอาณาจักรธรรมเมืองไทย ท่านทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ท่านเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อต้องติดต่ออาวุโส ติดต่อเตี่ยนฉวนซือ ติดต่อศูนย์กลาง หรือเขต ท่านจะเมตตาทุกอย่าง การรับ-ส่งเตี่ยนฉวนซือ ผู้ช่วยประธานชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ท่านก็จะเป็นคนรับหน้าที่รับ-ส่งเอง  ท่านไม่เคยบ่นว่าเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้า ท่านเสียสละเพื่อทุกคน เพื่องานธรรม

  พวกพี่เลี้ยงกว่าจะปั้นมาช่วยงานฟ้าได้แต่ละคนไม่ใช่ธรรมดา


ดูรูปสถานธรรมประกอบได้ที่นี่.....

http://www.chongter.com/webboard/index.php?topic=227.75

(ถ้าลิ้งเข้าไม่ได้ ต้องสมัครสมาชิกก่อนนะฮะ)
โลหิตแห่งชีวิตคือ ความรัก กระดูกสันหลังของชีวิตคือ คุณธรรม
(โอวาทพระธรรมจารย์เทียนหยาน ไท่ห่าว 27/9/50)

เมื่อเจ้าเกิดปณิธาน  เวไนยจึงมีความหวัง
(เหล่าซือเมตตา - ไท่อู้ 1/12/50)
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

18 กันยายน , 2008, 10:14:44 AM
ตอบกลับ #1
  • กรรม เป็น ของคู่กาย
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 25
  • อนุโมทนา: 0
การยอมรับ เป็นสิ่งจำเป็น ใช้ให้ได้กับทุกสถานการณ์
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

18 กันยายน , 2008, 05:09:45 PM
ตอบกลับ #2
  • 9 พลังสรรค์สร้างจักรวาล ท้องวิมานเป็นที่สิงสถิต
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 413
  • อนุโมทนา: 1
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

13 พฤศจิกายน , 2008, 02:00:48 PM
ตอบกลับ #3
  • ตะวันฉายเบิกฟ้า เลิศสุธาส่องอำไพ แสงธรรมในกลางใจ ส่งส่องให้เห็นทางนำ
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 292
  • อนุโมทนา: 2
    • อีเมล์
  • สถานธรรม 佛堂: ไท่ฟู่
ตะวันฉายเบิกฟ้า เลิศสุธาส่องอำไพ แสงธรรมในกลางใจ ส่งส่องให้เห็นทางนำ วิธีอนุตราพระซีหูมาเปิดจุดให้ สำคัญผ่องคล้องใจ ศิษย์รักได้อนุตรา
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5 กรกฎาคม , 2011, 08:58:20 AM
ตอบกลับ #4
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 5
  • อนุโมทนา: 0
  • ปํญญาญาณล้ำเลิศ คุณธรรมสูงส่ง
    • อีเมล์
  • สถานธรรม 佛堂: ไท่อวิ้น

ถึงแม้ว่าผู้น้อยจะเข้าสู่อาณาจักรธรรม ไม่ทันได้รู้จัก  หลิว เตี่ยนฉวนซือ
แต่ยังได้รู้จัก เฉิงเหลียงต้าเซียน  ....

ท่านที่อุทิศตนแด่งานธรรมะอย่างแท้จริง จิตใจโอบอ้อมอารีย์ต่อผู้น้อย
แม้เหนื่อยยากลำบาก ปากไม่เคยปริบ่นกับผู้น้อย ..

เหนือ ใต้ อิสาน กลาง ... รอยเท้าย่ำเดิน หยาดเหงื่อ แรงกาย ที่ท่านได้บุกเบิกแพร่งานธรรม ..

วันนี้ นับว่าไม่สูญ .. แต่ยังคงประโยชน์ก่อเกิดชนรุ่นหลัง สานต่อ อริยธรรมกิจ ของเบื้องบน
 .
.... สำนึกในพระคุณอาวุโส       เบื้องบนเมตตา
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal