ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน  (อ่าน 89364 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

2 ธันวาคม , 2009, 12:07:14 PM
  • คำว่า "อภัย" นี้ ถ้าทำได้ คนที่เป็นสุขก็คือตัวเราเอง
  • Administrator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4140
  • อนุโมทนา: 183
    • อีเมล์
  • สถานธรรม 佛堂: ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ครั้งก่อนแต่ตรัสรู้เมื่อเรายังเป็นโพธิสัตย์ยังไม่ตรัสรู้นั่นเทียว ได้เกิดการปริวิตกขึ้นว่า อะไรหนอเป็นรสอร่อยในโลก อะไรเป็นโทษในโลก อะไรเป็นอุบายเครื่องออกไปจากโลก[/color] ภิกษุทั้งหลาย ! ความรู้สึกได้เกิดขึ้นแก่เราว่า สุข โสมนัสที่ปรารภโลกเกิดขึ้นนี้เองเป็นรสอร่อยในโลก โลกไม่เที่ยงทรมานมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา นี่เองเป็นโทษในโลก การนำออกเสียสิ้นเชิง ซึ่งความกำหนัดด้วยอำนาจเพลินในโลกนี่เอง ถ้าเป็นอุบายเครื่องออกไปจากโลกได้ภิกษุทั้งหลาย !ตลอดเวลาเพียงไรที่เรายัง ไม่รู้ จักว่ารสอร่อยของโลกว่าเป็นรสอร่อย ยังไม่รู้จักโทษของโลกว่าเป็นโทษ ยังไม่รู้จักเครื่องออกว่าเป็นเครื่องออกตามที่เป็นจริงตลอดเวลาเพียงนั้น เรายังไม่ได้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในโลกพร้อมทั้งเทวดา มาร พรหม หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวดา พร้อมทั้งมนุษย์ ภิกษุทั้งหลาย !เมื่อใดแล เรา ได้รู้จักรสอร่อยของโลกว่าเป็นรสอร่อย รู้จักโทษของโลกว่าเป็นโทษ รู้จักอุบายเครื่องออกว่าเป็นเครื่องออกตามที่เป็นจริง ด้วยอาการอย่างนี้ เมื่อ นั้นเราได้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลกพร้อมทั้งเทวดา มาร พรหม หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวดา พร้อมทั้งมนุษย์ ก็แหละญาณทรรศนะเครื่องรู้เครื่องเห็นเกิดขึ้นแล้วว่า ความหลุดพ้นของเราไม่กำเริบชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพเป็นที่เกิดใหม่ไม่มีอีกดังนี้”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  !พรหม จรรย์นี้เราประพฤติมิใช่เพื่อหลอกลวงคน มิใช่เพื่อให้คนทั้งหลายมานับถือ มิใช่เพื่ออานิสงส์ลาภสักการะและความสรรเสริญ มิใช่จุดมุ่หมายเพื่อเป็นเจ้าลัทธิและแก้ลัทธิอย่างนั้นอย่างนี้ มิใช่เพื่อให้ใครรู้จักตัวว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ที่แท้ พรหมจรรย์นี้เราประพฤติเพื่อสังวระ คือ ความสำรวม เพื่อปหานะ คือ ความละ เพื่อวิราคะ คือ คลายความกำหนัดยินดี และเพื่อนิโรธะ คือความดับทุกข์”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ! ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ลึกซึ้งเห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบประณีตมิใช่วิสัยแห่งตรรก คือคิดเอาไม่ได้หรือไม่ควรลงความเห็นด้วยการเดา แต่เป็นธรรมที่บัณฑิตพอรจะรู้ได้”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ! จงดูกายอันนี้เถิด ฟันหัก ผมหงอก หนังเหี่ยวๆ ยานๆ มีอาการทรุดโทรมให้เห็นอย่างเด่นชัด เหมือนเกวียนที่ชำรุดแล้วชำรุดอีก ได้อาศัยแต่ไม้ไผ่มาซ่อมไว้ผูกกระหนาบคาบค้ำไว้จะยืนนานไปได้สักเท่าไร การแตกสลายย่อมจะมาถึงเข้าสักวันหนึ่ง ภิกษุทั้งลาย !พวกเธอจงมีธรรมเป็นที่เกาะที่พึ่งเถิด อย่าคิดถึงสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย แม้ตถาคตก็เป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  !จง ดูกายอันเปื่อยเน่านี้เถิด มันอาดูรไม่สะอาด สิ่งสกปรกมันไหลเข้าไหลออกอยู่เสมอ ถึงกระนั้นก็ตามมันยังเป็นที่พอใจปรารถนายิ่งนักของผู้ไม่รู้ความจริงข้อนี้ ภิกษุทั้งหลาย ! ร่างกายนี้ไม่นานนักหรอกคงจะทับถมแผ่นดิน ร่างกายนี้เมื่อปราศจากวิญญาณครองแล้ว ก็ถูกทอดทิ้งเหมือนท่อนไม้ที่ไร้ค่าอันเขาทิ้งเสียแล้วโดยไม่ใยดี”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ! อันร่างกายนี้สะสมไว้แต่ของสกปรกโสโครก มีสิ่งปฏิกูลออกจากทวารทั้งเก้า มีช่องหู ช่องจมูก เป็นต้น เป็นที่อาศัยแห่งสัตว์เล็กสัตว์น้อย เป็นป่าช้าแห่งซากสัตว์นานาชนิด เป็นรังแห่งโรค เป็นที่เก็บมูตรและกรีษ อุปมาเหมือนถุงหนังซึ่งบรรจุเอาสิ่งโสโครกต่างๆ เข้าไว้แล้วซึมออกมาเสมอๆ เจ้าของกานจึงต้องชำระล้างขัดถูวันละหลายๆครั้ง เมื่อเว้นจากการชำระล้างแม้เพียงวันเดียวหรือสองวัน กลิ่นเหม็นก็ปรากฏเป็นที่น่ารขยะแขยง”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ! ร่างกายนี้เป็นเหมือนเรือนซึ่งสร้างด้วยโครงกระดูก มีหนังและเลือดเป็นฉาบทา ที่มองเห็นเปล่งปลั่งผุดผาดนั้น เป็นเพียงผิวหนังเท่านั้น เหมือนมองเห็นความงามแห่งหีบศพอันวิจิตรตระการตา ผู้ไม่รู้ก็ติดในหีบศพนั้น แต่ผู้รู้เมื่อทราบว่าเป็นหีบศพ แม้ภายนอกจะวิจิตรตระการตาเพียงไร ก็หาพอใจยินดีไม่ เพราะทราบชัดว่าภายในแห่งีบอันสวยงามนั้นมีสิ่งปฏิกูลพึง
รังกียจ”
 
 
ปณิธานต้องแกร่งกล้า  จิตศรัทธาต้องคงมั่น
เจอสิ่งใดอย่าไหวหวั่น จุดหมายตนนั้นต้องแน่วแน่
อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

2 ธันวาคม , 2009, 02:26:00 PM
ตอบกลับ #1
  • SINCETRITY สอนตนให้รู้ฝืนใจ สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล สอนตนให้พ้นจากอบาย สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร
  • ประสานงาน เขตนครปฐม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 722
  • อนุโมทนา: 35
  • เจินอี้

ขอบพระคุณเบื้องบนที่ให้เราได้มีโอกาสตรัสรู้ เช่นเดียวกับพระพุทธองค์ ให้ได้เข้าใจในสัจธรรมที่แท้จริงของชีวิต ความหวังต่อไปก็คือ เราจะเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ที่แท้จริงและตลอดไปได้อย่างไร
...ไม่มีภูเขาลูกใด ที่สองเท้าจะก้าวข้ามฝ่าไปไม่ได้...
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

12 พฤศจิกายน , 2010, 11:16:39 PM
ตอบกลับ #2
  • กายเคี่ยวกรำ... ใจหล่อเลี้ยงธรรม
  • ประสานงาน เขตกำแพงเพชร
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 336
  • อนุโมทนา: 12
  • ใจดั่งเทียนไข...
    • อีเมล์

ก่อนที่เราจะได้รับวิถีธรรม...  เมื่อได้ยินพระโอวาทบทนี้..
-เราจะตื่นไหม?
-เราจะเข้าใจไหม?
-เราจะปลงได้ไหม?
-หากเข้าใจแล้วเรา จะทำได้จริงอย่างที่เข้าใจไหม???


เป็นเรื่องที่น่าคิดยิ่งนัก... แต่มาบัดนี้เราได้รับวิถีธรรม ได้รู้แจ้ง ได้ปฏิบัติจริง ได้เห็นผลจริง
ขอบพระคุณพระมหากรุณาธิคุณเบื้องบน 
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

30 ธันวาคม , 2013, 11:39:01 PM
ตอบกลับ #3
  • บุคคลทั่วไป

เกิดมาเพื่อตาย  ได้มาเพื่อเสีย
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal