ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: สาวๆขายไข่ ใบละหมื่น  (อ่าน 3566 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

16 เมษายน , 2008, 11:48:35 AM
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 122
  • อนุโมทนา: 3
    • อีเมล์

สาวๆขายไข่ ใบละหมื่น ปรากฏการณ์เขย่าศีลธรรม

          ปัญหายอดนิยมปัญหาหนึ่งของคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีบุตร แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังไม่มีเสียที จนสุดท้ายเข้าข่ายการมีบุตรยากกลายเป็นปัญหาหนักอกของคนที่อยากมีบุตร ภาวะการมีบุตรยากเกิดจากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือปัญหาเรื่องไข่ตก ผู้หญิงบางคนมีไข่ตกน้อย บางคนอาจไม่มีไข่ตกเลยในบางเดือนหรือแทบทุกเดือน
          แต่ใช่ว่าผู้หญิงที่ไข่ตกน้อยจะหมดหวังกับการมีบุตร เพราะปัจจุบันนี้เริ่มมีการซื้อ - ขายไข่กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วกว่าแต่ก่อน จากเดิมปกติแพทย์ต้องให้ยากระตุ้นให้ไข่ตกในปริมาณที่พอเหมาะ หรือใช้วิธีรับบริจาคไข่ ซึ่งสว่นใหญ่จะเป็นญาติสนิทของฝ่ายหญิง เมื่อได้ไข่มาแล้วก็จะนำมาผสมกับสเปิร์มของฝ่ายชาย แต่กระบวนการทั้งหมดทำในรูปแบบการรักษาทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลรัฐ จะไม่นิยมทำกันในเชิงพาณิชย์ เพราะผิดจริยธรรมทางการแพทย์ อีกทั้งกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ซื้อ - ขายไข่กัน
          หญิงสาวคนหนึ่งวัย 20 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ย่านพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ผู้มีประสบการณ์ตรงกับการขายไข่ บอกว่า ตัดสินใจขายไข่ให้กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีนายหน้าเป็นผู้หญิงทำทีมาขอสัมภาษณ์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย จากนั้นนายหน้าได้อธิบายถึงการบริจาคไข่ให้กับโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคู่สามี-ภรรยาที่อยู่ในภาวะมีบุตรยาก
          "ตอนแรกพี่เขาถามเราก่อนว่าเรามีสุขภาพเป็นอย่างไร ฐานะทางบ้านเป็นยังไง ดิฉันเพิ่งจบ ปวช.มา ทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร เขาถามว่าชอบทำบุญไหม พอคุยกันได้สักพักเขาบอกว่าวิธีทำบุญอย่างหนึ่งคือการบริจาคไข่ เขาบอกว่าไม่ต่างอะไรจากการบริจาคเลือด ตอนแรกก็ยังงงๆว่ามันคืออะไร และไข่ที่ว่านี่คือไข่อะไร  พี่เขาบอกว่า ในร่างกายของผู้หญิงจะผลิตไข่ทุกเดือน ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมก็จะกลายเป็นประจำเดือน แต่ผู้หญิงบางคนไม่มีไข่ตก  เขาจึงมีลูกไม่ได้ แต่ในเมื่อดิฉันยังไม่อยากมีลูก ยังเป็นโสดก็น่าจะช่วยบริจาคไข่ให้ผู้หญิงที่เขามีปัญหาได้ ถือว่าได้บุญมากๆ ดิฉันก็เริ่มลังเล แล้วเขาก็ยังบอกว่า การทำบุญครั้งนี้ไม่ใช่แค่ได้บุญแต่จะได้เงินเป็นค่าตอบแทนด้วย"
          ส่วนวิธีการบริจาคไข่นั้น พนักงานสาวเล่าว่า นายหน้าให้ข้อมูลถึงขั้นตอนการบริจาคไข่ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง  เพียงแค่ต้องไปตรวจร่างกายเช็คว่าสุขภาพแข็งแรงไหม ไม่เป็นโรคติดต่อ ที่สำคัญแพทย์ที่โรงพยาบาลจะดูว่าไข่สมบูรณ์ไหม เมื่อทุกอย่างผ่าน ทางนายหน้าจะให้ดิฉันนำรูปถ่ายเต็มตัวขนาดโปสการ์ดจำนวน 1 รูปมาให้ เพื่อที่เขาจะนำไปให้กับคู่สามี-ภรรยาได้พิจารณาเลือกว่าเรามีลักษณะใกล้เคียงกับคู่สามี-ภรรยามากน้อยแค่ไหน ถ้าถูกเลือกตนก็จะไปพบแพทย์เพื่อดูว่าไข่ตกวันไหน ด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ จากนั้นก็นัดวันที่ไข่ตกแล้วจะคัดเลือกไข่ออกมาเพื่อมาผสมกับสเปิร์ม
          "ก่อนตัดสินใจบริจาคไข่ก็คิดไตร่ตรองอยู่ประมาณ 3-4 วัน เพราะไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ตอนแรกก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายตนเอง แต่นายหน้าบอกว่าไม่ผลกระทบแต่อย่างใด เพราะผู้หญิงที่สมบูรณ์จะมีไข่ตกทุกเดือนอยู่แล้ว พอรู้ข้อมูลก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นจึงไปปรึกษาพ่อกับแม่ ท่านก็ไม่ได้คัดค้านอะไร อีกอย่างดิฉันยังโสดจึงไม่รู้สึกกังวลมากเท่าใด และขณะนี้ก็ผ่านการตรวจร่างกายมาแล้ว รอแค่ให้คู่สามี-ภรรยาคู่ใดคู่หนึ่งเลือก เพราะการเลือกแต่ละครั้งคู่สามีภรรยาจะดูด้วยว่า หน้าตาดิฉันเป็นอย่างไร รูปร่าง ลักษณะ สีผิวใกล้เคียงกับพวกเขาหรือเปล่า ผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว กำลังลุ้นอยู่ว่าจะถูกเรียกให้ไปขายไข่เมื่อไร แต่คงเร็วๆนี้ ส่วนค่าตอบแทนในการขายไข่ครั้งนี้ก็อยู่ราวๆ 10,000 บาท" พนักงานสาวอธิบาย
          สำหรับขั้นตอนการขายไข่นั้น พนักงานสาวบอกว่า เมื่อถึงวันนัดแพทย์จะวางยาสลบ แล้วนำอุปกรณ์สอดไปในช่องคลอด จากนั้นใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงเพื่อนำไข่ที่สมบูรณ์ออกมา พอเรียบร้อยแล้วก็กลับบ้านได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ นายหน้าคนดังกล่าวยังให้ไปหาเพื่อนสาวที่ต้องการจะขายไข่ให้มาติดต่อกับตน โดยตั้งเกณฑ์ต้องเป็นผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ อายุไม่เกิน 30 ปี มีสุขภาพแข็งแรง ผ่านการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลมาแล้ว ถ้ามีการศึกษาดี หน้าตาดีก็จะได้เงินหลายหมื่นทีเดียว อีกทั้งถ้าผ่านขั้นตอนการคัดเลือกต่างๆแล้ว เมื่อตกลงขายไข่ ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 10 วันก่อนไข่ตก ซึ่งผู้หญิงที่ขายไข่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา พนักงานบริษัทเอกชนที่เพิ่งเริ่มทำงานและมีรายได้ไม่มากนัก
           ทำบุญในเชิงพาณิชย์ด้วยวิธีการขายไข่ ช่วยคนมีบุตรยาก[ แม้จะไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมอย่างชัดเจน  ระหว่างเส้นบางๆของศีลธรรมกับความอยู่รอด/color]
          มุมมองหมอ...ต่อผู้หญิงบริจาคไข่
          บอกถึงการบริจาคไข่ของผู้หญิงเพื่อช่วยเหลือคู่สามี-ภรรยาที่มีบุตรยากว่า การบริจาคไข่ของผู้หญิงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยากมีมานานหลายปีแล้ว ซึ่งจะทำกันในการรักษาทางการแพทย์ ไม่ทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์ แต่ปัจจุบันก็มีการทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยกันมาก เพราะกฎหมายอย่างร่างพระราชบัญญัติการรับตั้งครรภ์แทน พ.ศ. ...... ยังไม่มีการประกาศใช้ ที่บริจาคไข่กันก็จะเป็นกลุ่มของญาติสนิท เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการพูดคุยทำความเข้าใจ แต่ปัจจุบันก็มีการบริจาคไข่กับบุคคลภายนอกมากขึ้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะตกลงกัน
          "การบริจาคไข่ของหญิงสาวนั้นเหมาะสมที่สุดคือผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุระหว่าง 20-35 ปี หากอายุมากกว่านี้จะมีผลกระทบต่อเด็กที่เกิดมา ซึ่งการบริจาคไข่จะไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย แต่ก่อนที่จะบริจาคไข่ ผู้บริจาคต้องไปตรวจร่างกาย ตรวจเลือดอย่างละเอียด เพื่อตรวจดูว่าไม่มีโรคติดต่อที่อันตราย เช่น เชื้อเอดส์ เชื้อไวรัสตับอักเสบ รวมทั้งโรคทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ"
 
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

16 เมษายน , 2008, 12:40:33 PM
ตอบกลับ #1
  • ไม่ใช่ LuckyCat นะ
  • Global Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4181
  • อนุโมทนา: 34
  • ก็แค่แมวขี้เกียจตัวนึง
    • ~ บอร์ดแมวเมา ~


มีเพื่อนคนนึง ปีนี้เขาอายะ 34 แล้วเนี่ย
แต่งงานมา 5 ปี ... ยังไม่มีบุตรเลย ..
ทุกๆ เดือน ก็ลุ้นให้เมนส์ไม่มา ..
ทุกๆ เดือน .. ก็ผิดหวังอยู่ร่ำไป
ไปหาหมอ ... หมอก็ว่า ทั้งสองฝ่าย ก็ปกติดี

สรุปก้เลยไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ... จึงยังไม่มีบุตร ...


ขอให้สมปราถนาไวๆ นะเพื่อนเอ๋ย ..
อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าคิดว่าคนอื่นขาดตนเองไม่ได้ -- หลักการในการทำงานของแมวขี้เมา
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

16 เมษายน , 2008, 06:57:57 PM
ตอบกลับ #2
  • Dorajun & Dorakun
  • Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4187
  • อนุโมทนา: 10
  • ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้แต่ไม่ต้องโช
    • อีเมล์

อ่านแล้ว....ผมว่ามันอยู่ที่มุมมองมากกว่านะครับ
โดยส่วนตัวผมแล้ว...ผมว่ามันแปลกๆอยู่นะครับ
สมมุตินะครับ(แบบว่าสมมุติจริงๆครับ)ถ้าผมแต่งงาน
แล้วเกิดอยากมีลูก.....แล้วเจอกับปัญหาเรื่องนี้
ผมจะเลือกการรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงแทนอ่ะครับ
โดยคิดว่าที่เราไม่มีบุตรก็แสดงว่าไม่มีใครที่จะมีกรรมสัมพันธ์กับเรา
แล้วเราจะไปขวานขวายทำไม...อีกอย่างการที่ไปรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยง
มันก็เป็นการช่วยสังคมลดปัญหาเรื่องเด็กไปได้อีกทางหนึ่งด้วย......

ปล.นี่เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ......
สิ่งที่ได้มาคือเวลากับความฉลาด
แต่สิ่งที่ต้องแสวงหาคือ "คุณค่าของชีวิต"

วันนี้ท่าน บุคคลทั่วไป ได้ทำความดีแล้วหรือยัง
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

17 เมษายน , 2008, 10:24:54 PM
ตอบกลับ #3
  • เคยคิดว่าชีวิตนั้นไม่มีค่า เมื่อได้มาพบธรรมชีวิตก็เปลี่ยนไป
  • Moderator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 1116
  • อนุโมทนา: 3
  • ซนเมือนลิง แต่จริงใจนะจ๊ะ((ขอบอก ๆ))
    • อีเมล์
จิตแท้  เป็นธาตุตามธรรมชาติ สามารถรู้หรือมองเห็น
ครั้นมีเครื่องหุ้มห่อ มีอวิชชา เป็นต้น ก็สูญเสียธรรมชาติเดิม
ดังนั้น จงกำจัดอวิชชา ก็จะมีจิตพุทธะ  แต่พึงรู้ไว้ว่ามันยากจนเป็นยอดศิระ

พุทธทาส   อินทปัญโญ
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

25 พฤษภาคม , 2008, 04:06:53 PM
ตอบกลับ #4
  • บุคคลทั่วไป

หึหึหึ 
ถ้าหากต้องไม่มี ผมก็ไม่มี ก็เท่านั้นหน่ะครับ
ก็ยังมีมุมดี แม้มันดูไม่ดีก็ตามน้อ

 - สะดวกดี ไปไหนมาไหน ก็สะดวกดี
 - ไม่มีภาระ เลี้ยงดู หนักใจ สาระพัด
 - ใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ... ไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อใคร

 อ่า จบ จบ จบ  พอแล้ว
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

15 ตุลาคม , 2019, 07:48:54 PM
ตอบกลับ #5
  • บุคคลทั่วไป
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal