ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

= = = =
   quick search  

ผู้เขียน หัวข้อ: งานทางธรรมและทางโลก ก้าวไปพร้อมกัน  (อ่าน 101725 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12 มีนาคม , 2011, 12:41:33 PM
  • คำว่า "อภัย" นี้ ถ้าทำได้ คนที่เป็นสุขก็คือตัวเราเอง
  • Administrator
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 4140
  • อนุโมทนา: 183
    • อีเมล์
  • สถานธรรม 佛堂: ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน

ความนำ
          ขอบพระคุณพระมหากรุณาธิคุณเบื้องบน บารมีคุณพระบรรพจารย์ ประทานโอกาสให้เราอย่างอเนกอนันต์ที่ได้รับวิถีธรรม ศึกษาธรรม บำเพ็ญธรรม ปฏิบัติงานธรรม เราจะต้องรีบฉวยโอกาสอันดีงามนี้ไว้ ต้องเอาใจใส่ทั้งงานทางธรรมและงานทางโลก จึงจะสามารถสร้างบุญบรรลุปณิธานได้ บำเพ็ญอนุตตรธรรมต้องเริ่มจากมนุษยธรรม มนุษยธรรมดีพร้อมแล้ว อนุตตรธรรมจะดีตามมา ระหว่างการวิริยะปฏิบัติบำเพ็ญ จะต้องเอาใจใส่งานทางโลกด้วย เท่ากับงานทางธรรมกับงานทางโลกเกื้อกูลกัน จึงจะปฏิบัติได้ตลอดและยาวนาน

         1. จะทำอย่างไรจึงทำให้งานทางธรรมกับทางโลกก้าวไปพร้อมกัน 
    งานทางธรรมกับทางโลกก้าวไปได้พร้อมกัน เราจะต้องใช้วิจารณญาณว่างานทางธรรมกับงานทางโลก ด้านไหนสำคัญมากกว่ากัน งานทางโลกที่เราทำอยู่ยังมีเรื่องเด่นเรื่องรอง งานที่จะทำในครอบครัวประจำวันก็มีงานที่สำคัญและงานที่รองลงมา งานธรรมะของสิบหน่วยงานก็เช่นกันมีก่อนมีหลัง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเรา ที่นำไปปฏิบัติร่วมกัน หากร่วมกันเป็นไปได้ดี นั่นคือทางธรรมกับทางโลกก้าวไปพร้อมกัน หากปฏิบัติผสมร่วมกันไม่ดี  มีอุปสรรค เกิดผลกระทบที่ไม่ดีตามมา
               1.1 เลือกสัมมาอาชีพ เป็นการเกื้อกูลงานทางธรรม
          ประกอบอาชีพที่ไม่ขัดกับการบำเพ็ญธรรม ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานธรรม ไม่กระทบกระเทือนต่ออริยกิจ จึงจะเรียกว่าสัมมาอาชีพ การบำเพ็ญต้องงดฆ่าสัตว์ ลักขโมย ผิดศีลกาเม ไม่พูดโกหก ไม่ดื่มสุรายาเมา การเลือกอาชีพจะต้องหลีกเลี่ยงงานดังกล่าว เพื่อให้งานทางธรรมและทางโลกมีความสมดุลและเจริญรุ่งเรือง
               1.2 เอาใจใส่ทั้งทางธรรมและทางโลก เห็นงานธรรมสำคัญกว่างานทางโลก
               1.2.1 การปฏิบัติบำเพ็ญธรรมเป็นวัตรปฏิบัติที่ต้องทำตลอดชีวิต มิใช่จะปฏิบัติบำเพ็ญแค่ชั่วปีเดียวครึ่งปีก็จะใช้ได้ ดังนั้นงานทางธรรมกับงานทางโลก จะต้องปฏิบัติให้ได้เหมาะสมกัน จึงจะไม่ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจกระทบกระเทือนถึงการบำเพ็ญธรรม กลายเป็นเลิกล้มไม่ปฏิบัติบำเพ็ญในที่สุด การทำงานธรรมะเงินทองต้องชัดเจน ทุกคนต้องยืนอยู่บนขาตนเองให้ได้ นำรายได้จากทางโลกมาส่งเสริมทางธรรม
               1.2.2 ก่อนอื่นวางแผนกำหนดงานธรรมไว้ก่อน เวลาที่เหลือจึงมาจัดการงานทางโลก พยายามอย่าให้งานเป็นอุปสรรคแก่กัน หากเกิดปัญหาให้ดูงานทางอริยะก่อน พยายามให้งานทางโลกเป็นงานประกอบของงานอริยะ  หากแก้ไขไม่ทันหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้พิจารณาดูว่างานไหนจะเป็นงานหลัก หากงานอริยะมีความสำคัญกว่าก็เอางานทางธรรมก่อน หรือว่างานทางโลกมีความจำเป็นกว่า งานอริยะจะต้องบอกกล่าวขอลาหยุดแล้วจึงไปทำงานทางโลก จะได้ไม่เป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่องาน

          2. งานอริยะ งานทางโลกต้องบริสุทธิ์ชัดเจน
     อยู่ในสถานธรรมจะไม่พูดถึงงานทางโลก มุ่งแต่งานอริยะ ในชีวิตประจำวันระหว่างประกอบอาชีพนำธรรมะมาพูดได้ แต่ต้องให้กลมกลืน อย่านำธรรมะไปบีบบังคับ 
               2.1 ในสถานธรรมห้ามพูดถึงธุรกิจและการเมือง 
               แต่ละคนมาจากต่างบริษัทกัน ประกอบธุรกิจที่ไม่เหมือนกัน มาอยู่รวมกัน หากนำธุรกิจมาพูดจะเกิดการถกเถียงแบ่งพรรคแบ่งพวก ทำให้เกิดการแตกแยกกัน ในทำนองเดียวกัน ในสถานธรรมไม่พูดถึงเรื่องการเมือง เพราะจุดยืนการเมืองแต่ละฝ่ายความคิดไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดการแบ่งแยกกันได้ หากอยู่ในตำหนักพระไม่พูดถึงธุรกิจ ไม่พูดถึงการเมือง จะคงไว้ซึ่งสถานที่สะอาดบริสุทธิ์ จุดยืนการเมืองแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ธุรกิจที่แตกต่างกัน พนักงานที่ทำงานต่างบริษัทกัน มาหลอมรวมเข้ากันได้ จึงร่วมกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นได้ทั่วทั้งโลก 
               2.2 การเผยแพร่ธรรมะในการดำรงชีพแต่ละวัน การประกอบธุรกิจ จะต้องกลมกลืน หากมีจังหวะและโอกาสนำธรรมะออกเผยแพร่ พูดถึงธรรมะในการดำรงชีวิต หรือแนะนำสถานธรรมให้เขารู้จัก แต่ต้องให้กลมกลืน ไม่หวังผลมากเกินไป อย่าให้รู้สึกว่าเกิดความกดดันหรือบีบบังคับ จึงไม่เกิดผลลบ

          3. ประโยชน์จากการแสดงความคิดเห็นในการแบ่งกลุ่มทำงานตามหลักประชาธิปไตย
          3.1 การแบ่งกลุ่มใหญ่ - กลุ่มย่อย
               หากอาศัยคนเดียวทำหมดทุกอย่างเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง จึงต้องพึ่งพาแรงงานเป็นกลุ่มเป็นคณะ เป็นกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยร่วมมือกันในการทำงานต่อเนื่องเหมือนสายพาน รับช่วงกันตามแต่หน้าที่ของแต่ละจุด ในอาณาจักรธรรมก็เช่นกัน ดำเนินงานเป็นกลุ่มเป็นสิบหน่วยงานตามความถนัดของแต่ละคน เหมือนกับกลุ่มในสังคม กลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มเยาวชน องค์กรการกุศลมูลนิธิ การแบ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นความคิดที่หลักแหลมเฉลียวฉลาดของท่านเฉียนเหยิน ที่เกิดผลจากการนำพา เช่นกันแต่ละสถานธรรม กิจกรรมทุกอย่างจะต้องมีกลุ่มมีคณะ หากกลุ่มดังกล่าวร่วมมือ ทุ่มเทและแข็งขัน  จะเกิดพลังในการแสดงออก เราอยู่ในอาณาจักรธรรม ร่วมงานกัน ร่วมมือ ร่วมใจ สมานฉันท์ อย่าคิดว่าเราทำได้เอง  ดื้อรั้นดันทุรัง 
               3.2 พลังความร่วมมือของหมู่คณะ อาศัยความคิดเห็นของทุกคนในการแบ่งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย จะได้ประโยชน์กว้างขวาง อาศัยการประชุมปรึกษาหารือ ก่อนประชุมเราไม่เข้าใจ หลังประชุมทุกคนเข้าใจกัน การประชุมจะต้องปรึกษาหารือกันอย่างเต็มที่ การแบ่งกลุ่มย่อยทำให้ทุกคนได้แสดงความคิด ในขณะที่มีบรรยากาศสมานฉันท์ จึงจะเกิดพลังปัญญา ร่วมสร้างอุดมการณ์ คำโบราณกล่าวว่า ช่างธรรมดาสามคนรวมตัวกันเก่งกว่าขงเบ้งหนึ่งคน
               3.3 ปฏิบัติงานอริยกิจ โดยไม่ยึดมั่นหมายมั่นในสิ่งตอบแทน งานอริยะมีความศรัทธา งานทางโลกไม่เย็นชา บำเพ็ญธรรมะบำเพ็ญจิต การแสดงออกต่อญาติธรรมหรือว่าคนทั่วไป ใช้จิตใจที่เหมือนกันมีใจกระตือรือร้นช่วยเหลือด้วยน้ำใสใจจริง ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอริยะหรืองานทางโลกในชีวิตประจำวัน หรือในการดำเนินธุรกิจ หากรวมความเห็นของทุกคนก็จะได้ประโยชน์กว้างขวางจากการแบ่งกลุ่มย่อย ให้งานก้าวไปด้วยดี  แสดงออกถึงจิตวิญญาณที่ดีที่ทุกคนมีอิสระทางความคิดในการทำงานกลุ่ม

          4. ปฏิบัติงานตามควรแก่กำลัง ไม่ว่าจะเป็นงานทางธรรมหรืองานทางโลก จำต้องมีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์พร้อม จะต้องเข้าใจหลักโภชนาการและสุขาภิบาลอาหาร ที่ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง รู้หลักสุขภาพจึงเกิดความมั่นคง ที่จะโถมตัวลงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องได้ 
               4.1 กายเนื้อที่เบื้องบนประทานให้เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด และเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเราด้วย หากว่าร่างกายเราไม่แข็งแรง  ธรรมญาณก็จะรับภาระหนัก  และจำกัดกำลังที่จะแบกรับอย่างยิ่ง เพื่อต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่กลับถูกทำให้สูญเสียพลังความสามารถไปแล้วเป็นส่วนมาก ที่ไหนจะมีพลังชีวิตมีความสามารถ มาสรรสร้างอริยกิจฉุดช่วยคนได้ เราลองไปตามโรงพยาบาลสำรวจดู ที่นั่นมีคนไข้จำนวนมากที่ต้องต่อสายระโยงระยาง รักษาอาการเจ็บป่วย หลังถูกสายต่อระโยงระยางร่างกายก็หมดอิสระ สูญเสียโอกาสอันดีงามที่จะสรรสร้างสิ่งดีๆ ในชีวิตได้ หากร่างกายแข็งแรง ภาระที่ธรรมญาณจะแบกรับก็น้อยลง จึงมีพลังที่จะทำให้งานอริยะงานทางโลกสัมฤทธิ์ผลได้ 
               4.2 การดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเอง ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย นิสัยการรับประทานอาหารที่ทำอยู่ประจำวัน การบริโภคอาหาร รสอาหารที่บริโภคจะต้องมีความสมดุล อย่าให้มีรสจัด ดื่มน้ำมากหน่อย การออกกำลังกายก็สำคัญมาก ปฏิบัติทุกวันเป็นประจำ จนเป็นความเคยชิน เลือกวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง นอกจากนี้ต้องพักผ่อนให้พอเพียง ไม่อดหลับอดนอน ทำจิตใจให้เบิกบาน หากเจออุปสรรคความทุกข์ ต้องเผชิญหน้าด้วยความยิ้มแย้มแก้ไขปัญหา  อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวดหน้าดำหน้าแดงโทษฟ้าโทษคน 

เคล็ดลับของความสำเร็จ
          เคล็ดลับของความสำเร็จ อยู่ที่มุมมองและวิธีการ บางครั้งอีกมุมมองหนึ่ง อาจเปลี่ยนแปลงคนได้ทั้งชีวิต แม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ทัศนะมุมมองของคนในสมัยก่อน สร้างคนในยุคปัจจุบัน และทัศนะมุมมองของคนปัจจุบัน จะแปรเปลี่ยนคนในอนาคต 
          1. ใช้จิตใจที่ไม่หวังผลมาสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า ความเป็นจริงของคนในยุคปัจจุบัน  งานที่ไม่มีค่าตอบแทนมักไม่ทำ  ผลปรากฏว่ายิ่งทำยิ่งทุกข์ ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย เพราะหวังที่จะได้ค่าตอบแทนสูง ทำให้ผิดหวังทวีคูณ มักมีชีวิตอยู่ในท่ามกลางความวิตก เป็นทุกข์กังวลว่าทำแล้วจะเหนื่อยเปล่า ไม่ได้ค่าจ้าง ทุกอย่างถือเป็นอารมณ์ จอมปราชญ์ขงจื้อกล่าวไว้ว่า  ทำเพื่อผลประโยชน์จะทะเลาะกัน กัลยาณชนพูดถึงแต่คุณธรรม คนถ่อยพูดถึงแต่ผลประโยชน์ ขอเพียงแต่ถูกหลักธรรม เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ต้องช่วยกันทำ มาสำแดงออกถึงธรรมญาณที่เบื้องบนประทานให้เรา ใช้จิตใจเพื่อส่วนรวม ให้ความรักกับเวไนยอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อผลประโยชน์อันดีงามกับเวไนย 
     เหมือนเช่นพระพุทธะพระโพธิสัตว์ ที่ให้ความรักกับเวไนยโดยปราศจากเงื่อนไข มิได้เห็นแก่ว่าเธอนำสิ่งของมากมายมาบูชากราบไหว้ แล้วพระองค์จึงจะคุ้มครองรักษาเธอ พระองค์ท่านมิได้มองแต่ผลประโยชน์
     ในทางกลับกันคนในโลกมนุษย์ ที่แสดงออกถึงการให้ความรักแต่กลับมีข้อแม้มากมาย แม้แต่การแต่งงาน ถึงกับมีการเซ็นสัญญาคำนึงถึงความผาสุกของชีวิตด้วย สัญญาจะต้องพูดชัดเจนจนเข้าใจกันก่อน ต้องตกลงกันว่าใครจะเป็นคนซักเสื้อผ้า เป็นคนทำอาหาร ใครจะไปเทขยะ ใครจะทำหน้าที่ปัดกวาด ฯลฯ มีข้อตกลงกันต่างๆ มากมาย มักจะเกิดความวิตกกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำตามสัญญา เกิดความหวาดกลัว กังวล วิตก มีปากเสียงทะเลาะกัน ปัญหาคู่สมรสจะตามมา โอกาสที่จะหย่าร้างกันมีมาก 
     ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นงานอริยะหรืองานทางโลก จะต้องมีจิตใจยินดีที่จะทำ ยินยอมที่จะรับ หากเป็นเช่นนี้ ผลที่ได้รับ  อาจทำให้เธอตกใจก็ได้ ว่าทำไมจึงได้รับผลมากมายเช่นนี้ เพราะว่าเป็นวิถีธรรมชาติที่เบื้องบนประทานมาให้ เพราะว่าเธอได้ทุ่มเทให้ เบื้องบนจะตอบแทนให้เอง ผลกลับจะได้กับตัวเธอเอง หากเธอเต็มใจให้อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ มักจะไม่กังวลผลได้หรือผลเสีย มิได้มุ่งหวังเลยมิได้คิดว่าเป็นภาระ ทุกวันมีชีวิตอย่างมีความสุข มิได้คำนึงว่าจะหาเงินได้หรือไม่ได้ แต่กลับทำให้จิตญาณมีความเป็นสุข ในทางกลับกัน หากทำงานพูดถึงค่าจ้างก่อน ไม่ว่าทำแล้วจะได้กำไรหรือไม่ ก่อนอื่นจะได้ลิ้มรสความยุ่งยากรำคาญใจก่อน หากได้รับค่าจ้างแต่สูญเสียความสุขก็ไม่มีความหมาย 

          2. เป็นตัวของตัวเอง 
               2.1 เบื้องบนสร้างเราขึ้นมา ให้สิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่กับเราที่จะเลือกทางเดินของชีวิต เบื้องบนเพียงแต่ติดตามคอยดูอยู่ห่างๆ และประทานหลักธรรมให้ หากแต่สิ่งที่แต่ละคนเลือกเดิน ตัวเองต้องรับผิดชอบ ตัวเองต้องแบกรับเอง ดังที่กล่าวมาจึงขอถือโอกาสเตือนพ่อแม่ผู้ปกครอง อย่าไปบังคับลูกจนเกินไป อย่าไปเคี่ยวเข็ญเด็กว่าจะต้องเดินตามแบบอย่างของพ่อแม่ อย่าเป็นห่วงเป็นใยพิทักษ์เด็กมากจนเกินไป ขอให้เพียงบอกเด็กให้รู้ว่า หากปฏิบัติตามหลักธรรมฟ้าจะรุ่งเรือง หากฝ่าฝืนหลักธรรมฟ้าจะม้วยมอด ทำอะไรไว้ตนเองจะได้รับผลสิ่งที่ทำ นั่นคือหลักธรรมจริง เด็กๆ จะมีสติปัญญาของตัวเองในการที่จะเติบโตได้ ธรรมชาติในโลกนี้ ไม่มีต้นไม้สองต้นที่เหมือนกัน แต่ทุกต้นต่างก็มุ่งเจริญงอกงาม ชูยอดขึ้นสู่ฟ้า
               2.2 เลือกทิศทางชีวิตของตนเอง ร่องรอยประวัติศาสตร์ อารมณ์และจิตใจ การยอมรับ ฯลฯ จะสรรสร้างชีวิตตนเองอย่างไร ตัวเองจะต้องตระหนัก จะเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเองอย่างไร ตัวเองจะต้องวางแผน อย่าให้ภาวะแวดล้อมหรือคนอื่นชักจูง อริยะเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่ง ปุถุชนถูกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น นัดหมายกันแล้วว่า จะเข้าประชุมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้เมื่อไหร่ หรือเข้าชั้นศึกษาธรรม ช่วยงานธรรม ร่วมกิจกรรมต่างๆ หากเข้าร่วมได้ต้องรีบฉวยโอกาสทันที อย่าได้พูดว่าดูก่อน ไม่รู้จะมีเวลาว่างไหม  มีอารมณ์ดีพอที่จะเข้าร่วมไหม ไม่รู้ว่าอากาศตอนนั้นดีหรือไม่ดี   
นอกจากนั้นต้องมีอารมณ์จิตใจที่พร้อม อย่าให้สิ่งภายนอกมาเป็นอุปสรรค ปกติตัวเองเป็นคนร่าเริงดี ไปซื้อของปรากฏว่าทอนเงินขาด 50 บาท อย่าให้สิ่งเล็กน้อยนี้ทำให้อารมณ์เสีย เพราะว่าความสุขของเราจะมีค่าเพียง 50 บาทเท่านั้นหรือ  อย่าไปใส่ใจเรื่องเล็กน้อยมาเป็นอารมณ์ หากทุกคนแสวงหาความเป็นธรรมกันหมด ตลอดเวลาจะขาดความสุข แต่ต้องขอจากตัวเราว่าให้ทำดีที่สุดก็พอแล้ว 
          ดังนั้น หากเราได้ตัดสินใจแล้ว อย่าให้คนอื่นมาทดสอบ มาใช้คำพูดเสียดแทงใจโจมตีขัดขวาง อย่างเช่นพระโพธิสัตว์กวนอิม มีจิตใจแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญธรรม ไม่ว่าพระบิดาจะขัดขวางอย่างไร พระองค์ท่านยังมุ่งหน้าไม่หยุดไม่เปลี่ยน พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ พระศาสดาทั้งห้าของศาสนาต่างๆก็เช่นกัน 
               2.3 จัดการเรื่องราวว่องไวปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นงานทางธรรมหรืองานทางโลก บางครั้งอาจเจอความยากลำบาก มีคนขัดขวาง ถึงตอนนั้นจะต้องหาวิธีแก้ไข หาวิธีการใหม่ๆ มาแก้ปัญหา พยายามติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ๆ ทำจิตใจให้สงบ เปิดจิตให้สื่อกับเบื้องบน อาจเกิดปัญญาที่ได้คำตอบ ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่ายิ่งฟังยิ่งมีความรู้สึกชัดแจ้ง ถูกหลักธรรม หรือว่ายิ่งงมงายสับสน ถ้าหากชัดเจนนั่นคือถูกต้องแล้ว 
          ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า อย่าเป็นคนหัวโบราณยึดติดไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ขอให้แต่หลักการที่สำคัญ คือการปฏิบัติงานธรรมไม่เปลี่ยน ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ไม่เปลี่ยน แต่วิธีการส่งเสริมปรับเปลี่ยนได้ อย่างการบรรยายธรรม จะใช้คอมพิวเตอร์สนับสนุนได้ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ จะมีประสิทธิภาพที่ดี หรือจะใช้วิธีที่คนบรรยายกับคนฟังสนทนาธรรมกันได้ แบ่งกลุ่มย่อย เพื่อนักเรียนในชั้นจะได้มีส่วนร่วม เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น  หรืออาจใช้วิธีต่างช่วยซึ่งกันและกัน 
               2.4 ความนึกคิดที่ดี ความคิดที่มีพลังสร้างสรรค์และไม่ต้องใช้เงินทอง ไม่ต้องกลัวว่าได้คิดเรื่องดีๆ ไว้มากมายและยังต้องสิ้นเปลืองเงินมากด้วย ดังนั้นจะมีสตางค์หรือไม่มีสตางค์ก็มีความคิดได้ทั้งนั้น และอีกอย่างจะต้องดูว่าเราคิดอะไร คิดไปในทิศทางใด หากคิดในทางลบ คิดว่าการนำพาคนรับธรรมะนั้นยากจริงๆ การส่งเสริมยิ่งยากกว่าอีก ยิ่งคิดยิ่งหมดแรง ไม่อยากจะขยับเลย สิ้นเปลืองพลังไปมาก ความคิดที่ทำให้หมดกำลังใจ ไม่ก้าวหน้าและจะกลายเป็นความจริง  คือยิ่งทำยิ่งยากขึ้น
         หากคิดในด้านดี ออกไปนำพาคนรับธรรมะ จะนำพาได้หรือไม่ได้ จะสำเร็จหรือไม่ เราก็ไม่สูญเสียอะไร นี่คือภาระหน้าที่ของเราที่จะต้องทำ ไม่ว่าเขาจะเกิดจิตศรัทธาหรือไม่ จะรับการส่งเสริมหรือไม่ เรายังต้องเดินหน้าทำต่อ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด จะมีพลังส่งให้เราเดินหน้าโดยธรรมชาติ ผลสุดท้ายยิ่งทำยิ่งเกิดผลดี 
         งานทางโลกก็เช่นกัน หากเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเราเป็นคนไม่มีสตางค์ ว่าเราเองขาดอย่างโน้นขาดอย่างนี้  อะไรก็ไม่มี หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ยอมขยับ มีแต่อารมณ์โกรธ แล้วจะสั่งสมสิ่งที่ดีๆ ได้อย่างไร หากเราตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าเรามีความสุขอยู่กับการรู้จักพอ มีความสุขกับการให้ทาน ถึงแม้สตางค์จะขาดมือก็ยังมีความดีอกดีใจอยู่ นี่แหละคือก้าวแรกที่เราได้ก้าวออกเพื่อสรรสร้างงานธรรม 
         หากพยายามหมั่นคิดบ่อยๆ ในแง่ดีๆ แบบนี้ 21 ครั้งขึ้นไป จะเปลี่ยนเป็นความเคยชิน จะเก็บฝังอยู่ในจิตสำนึกโดยอัตโนมัติ ทำให้จิตสำนึกมีความสำนึกในความดีงามที่เก็บไว้ หากวันใดพบกับความยากลำบาก ความสำนึกที่ดีงามที่เก็บไว้จะถูกนำออกมาแก้ไขความยากลำบาก ดังนั้น เราจึงต้องหมั่นฝึกฝนความคิดที่ดีๆไว้ เพื่อขัดขวางการที่จะทำให้เราคิดไปในทางลบ
              2.5 หากเป็นธรรมะจริงให้เดินหน้า จะต้องมั่นคงจนถึงที่สุด การเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง มีความสำคัญมาก หากเลือกผิดจะใช้ความพยายามบากบั่นเพียงไรก็ไร้ผล เทียบกับการฝนอิฐ จะพยายามบากบั่นแค่ไหนอิฐก็ไม่กลายเป็นกระจกเงาได้ นำทรายไปหุงต้ม นานเท่าไรก็ไม่มีทางกลายเป็นข้าวได้
        วันนี้เราได้เลือกหลักธรรมจริง จะต้องมุ่งจิตหนึ่งใจเดียว อย่าออกไปแสวงหาวิธีการต่างๆ จากที่อื่นอีก ไม่ว่าจะพบอุปสรรคขัดขวาง พยายามผ่านพ้นการทดสอบต่างๆ เอาชนะให้ได้ มีความอดทนจนถึงที่สุด ศึกษาตามปฏิปทาพระโพธิสัตว์กวนอิม และพระศากยมุนีพุทธเจ้าเป็นเยี่ยงอย่าง งานทางโลกก็เช่นกัน เลือกสัมมาอาชีพ และจะต้องรับผิดชอบยืนหยัดจนถึงที่สุด อดทน ค่อยๆสั่งสมผลสำเร็จ หากเปลี่ยนงานบ่อย ก็เหมือนคนที่ทำงานจับจด ผลสุดท้ายเริ่มจากศูนย์ใหม่ทุกครั้ง มีคำกล่าวว่า หินที่กลิ้งอยู่ตลอดเวลาจะไม่เกิดตะไคร่น้ำ พระพุทธจี้กงกล่าวไว้ว่า ตั้งใจจริงจะประสบผลสำเร็จ ดังนั้นมีความมุ่งมั่นหนึ่งเดียวไม่เปลี่ยน นั่นสำคัญที่สุด
               2.6 อยู่ในท่ามกลางที่มีความสุข
               2.6.1  การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระหว่างการทำงาน หรือการดำรงชีวิตประจำวัน ย่อมอยู่อย่างมีความสุขสนุกสนาน นั่นคือสีสันของชีวิต หากไม่บำเพ็ญก็อยู่อย่างทุกข์ไม่มีความสุข ชีวิตก็มีสุขปนทุกข์ การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ที่มีบรรยากาศปรองดองกันสำคัญมาก หากมีความสมานฉันท์ช่วยเหลือกัน สรรสร้างสวรรค์บนดิน ทุกคนคงสบายใจไม่เครียด หากไม่ปรองดองกัน ทำให้หมดเปลืองพลังความตั้งใจไปมาก ทุกคนจะเหนื่อยและเจ็บปวด ไม่มีใครที่ทำงานไม่เป็น คนยิ่งมากงานยิ่งเดิน แต่คนมากจะต้องร่วมมือกันจึงจะทำงานได้ดี  ทุกคนอยู่ร่วมกันแบบมีธรรมะ พุทธะก็สำเร็จไปจากคน คนจึงต้องร่วมกันเป็นกลุ่มจึงจะรวมพลังกันได้ หากแต่มีคนมากไม่ร่วมมือกัน ขัดกันไปขัดกันมากลับก่อให้เกิดปัญหา ทำให้ลดพลังที่จะทำงานลง ผลที่ได้จะถูกลดทอนลง
               2.6.2  หากเจอเรื่องที่ทำให้ไม่เบิกบานหรือเจอเรื่องยากลำบาก วิธีแก้ไขที่ดีคือการยอมรับสภาพ แต่ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะเรามักจะคิดว่า ขาดความเป็นธรรมจึงไม่ยอมรับ หากทุกคนแสวงหาแต่ความยุติธรรมจากมุมมองของตัวเองจึงทำให้ทุกข์  ทุกคนมักจะมองจากมุมมองของตนเอง จึงทำให้มองเห็นความยุติธรรมยาก หากเชื่อว่าไม่ยุติธรรม จิตจะไม่สงบไม่มีความสุข แท้จริงจะยุติธรรมหรือไม่ ปล่อยให้เบื้องบนตัดสิน  เป็นเรื่องของเบื้องบน ดังนั้นจงยินดีรับ จงเชื่อมั่นความยุติธรรมจากเบื้องบนจึงทำให้จิตสงบได้ จึงเกิดสุขได้   
               2.6.3 บำเพ็ญอย่างมีความสุขอย่างสบายใจ อย่าใส่หน้ากากเข้าหากัน ใจคิดกับการแสดงออกการกระทำต้องเป็นหนึ่งเดียว หากแตกต่างกันมากทำให้ไม่มีความสุข จะต้องจริงใจซื่อตรง บำเพ็ญจริงได้รับผลจริง หากฝืนใจบำเพ็ญธรรมะ เพียงเพื่อที่จะขึ้นสู่เบื้องบนเพราะไม่มีทางเลือกอื่น งานในอาณาจักรธรรมก็ทำตามปกติ แต่ว่าทำด้วยความทุกข์ลำบาก การบำเพ็ญเช่นนี้จะหาความสุขไม่ได้ จึงต้องปล่อยวาง ความคิดแบบนี้คือต้องมีความสบายใจ
               2.7 ภายในภายนอกต้องกลมกลืนกัน เรื่องราวจากภายนอกเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลง แต่เรื่องภายในของเราเองเราแก้ไขได้ ความสุขไม่ใช่ว่าจะเกิดจากข้างนอกมากหรือน้อย แต่จะต้องมีความรู้สึกภาคภูมิใจกับวาสนาที่เรามีอยู่แล้ว หากเรามิได้สัมผัสกับความสุขจากภายในของเรา สิ่งที่มีมาจากภายนอกจะมากอย่างไรก็ไร้ผล ภายในของเรามีขุมทรัพย์อยู่ ขุดถึงอะไรก็ได้อย่างนั้น ย้อนกลับเข้ามาภายในของเรา ย้อนกลับไปในทิศทางที่เหมือนกับของทุกคน ข้างในของทุกคนมีสิ่งที่ล้ำค่า เหมือนกับเป็นโลกที่สันติภาพเหมือนกัน เป็นความรู้สึกของทั้งครอบครัว
          ออกไปหาจากข้างนอก เป็นการออกไปในหนทางผิดแผกกัน อย่างเช่นรูปลักษณ์ไม่มีใครที่เกิดมาเหมือนกันทุกอย่าง ความเคยชินความเป็นอยู่ก็ต่างกัน อย่าตั้งความหวังว่า ยาสีฟันเวลาบีบจะต้องออกจากทางเดียวกันทุกยี่ห้อ ต้นไม้ใบหญ้าดอกไม้ก็จะไม่มีเหมือนกันดั่งพิมพ์เดียวกันทุกต้น ออกไปหาจากข้างนอกจะต้องมีปัญหามาก อยู่ร่วมกันลำบาก แต่หาจากภายในจะเหมือนกัน สมมุติจิตญาณของแต่ละคน ต่างก็ขึ้นสู่เบื้องบน เพราะว่ามาจากที่เดียวกัน มีจิตเมตตากันทุกคน หากทุกคนมีจิตเมตตาเหมือนกันจะไม่มีกิเลส ไม่เหมือนกันจึงเกิดกิเลส แม้คนในโลกแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน แม้มือเท้าจะไม่เหมือนกัน มือก็ไม่รังแกเท้า มือเท้าต่างร่วมมือช่วยเหลือกันและกันอย่างแข็งขัน ดังนั้นเราทุกคนต่างมีจิตเมตตาเหมือนกัน จะไม่มีคนแสดงความรังเกียจกัน แนวความคิดอันนี้จะรักษาคนที่ไม่มีความปรองดองกันได้ ครอบครัวที่แตกแยก สังคมที่สับสนวุ่นวาย แม้กระทั่งทำให้โลกเกิดสันติสุขกันได้

               2.8 ยังมีชีวิตอยู่ เรายังมักจะคิดกันว่ายังมีเวลาอีกยาวนาน จึงทำให้ขาดโอกาสไปมาก พระพุทธจี้กงกล่าวไว้ว่า ศัตรูอันยิ่งใหญ่ของคนมิใช่ความตาย แต่เป็นการปล่อยกาลเวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ หากตายแล้วก็หมดโอกาส การปล่อยกาลเวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ คือการลังเลสองจิตสองใจ ไม่ตัดสินใจ ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งและรอ 
เราไม่สามารถควบคุมให้ชีวิตเรายืนนานได้ ไม่รู้ว่าความตายจะมาถึงวันไหน ได้แต่ปล่อยกาลเวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์  ความสว่างไสวของชีวิต อาจจะขาดโอกาสที่จะได้สำแดงออก สุภาษิตกล่าวไว้ว่า คนเป็นไม่มีวันพรุ่งนี้ คนตายไม่มีวันนี้ ยึดเอาแต่ละวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต หากเป็นได้เช่นนี้จะสำแดงพลังแฝงที่มีอยู่ออกมาได้ ดังนั้นการเกี่ยวข้องของเราจะดีขึ้น เพราะว่าคนใกล้หมดลมหายใจ วาจาที่กล่าวออกมาจะเป็นวาจาที่ดีงาม การงานทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จ 

สรุป
          พระอาจารย์จี้กงกล่าวไว้ว่า เข้าประตูพุทธะไม่จน ออกจากประตูพุทธะไม่รวย ขอเพียงแต่เราทุกคนยังบังเกิดจิตที่จะบำเพ็ญธรรมะ ปฏิบัติงานธรรม ตามแนวความคิดและวิธีการดังกล่าว ไม่ว่างานอริยะหรือว่างานทางโลก จะปรองดองสมานฉันท์กันอย่างมีความสุข ทำให้ค่อยๆ เดินบนเส้นทางที่เป็นงานอริยะและงานทางโลกอย่างสมความปรารถนา
ปณิธานต้องแกร่งกล้า  จิตศรัทธาต้องคงมั่น
เจอสิ่งใดอย่าไหวหวั่น จุดหมายตนนั้นต้องแน่วแน่
อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

12 มีนาคม , 2011, 01:38:14 PM
ตอบกลับ #1
  • เมื่อเกิดจากอาณาจักรธรรม ก็ขอตายเพื่องานธรรม
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 75
  • อนุโมทนา: 1
"แม้หนาวเหน็บเพียงใด ยากเปลี่ยนรักอาจารย์"
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

19 สิงหาคม , 2014, 11:47:56 AM
ตอบกลับ #2
  • มิตร.ธรรม.
  • *****
  • กระทู้: 15
  • อนุโมทนา: 1
  • สถานธรรม 佛堂: ไท่ฉือ
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์เลข ๕ เป็นภาษาไทยลงในช่องด้านล่าง:



Powered by SMF 2.0.7 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal